ข้าราชการสาวใหญ่ตกรถไฟ ถูกม้าเหล็กทั้งขบวนย่ำเละคาสถานี

58
ขบวนรถไฟ 277 ย่ำสาวใหญ่วัย 50 ปี เละคารางรถไฟ ที่สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา

ข้าราชการสาวใหญ่พกเงินสดติดตัวมาเกือบครึ่งแสน พลาดตกจากขบวนรถไฟ กทม.-กบินทร์บุรี ขณะรอลงจากตัวรถ ถูกม้าเหล็กทั้งขบวนย่ำลากไกลถึงกว่า 70 เมตร ขยี้เละคารางที่หน้าสถานีชุมทางรถไฟฉะเชิงเทรา ขณะพยานเห็นเหตุการณ์ระบุตัวรถเบรกกระตุกทำผู้โดยสารเคราะห์ร้ายถูกกระชากลื่นร่วงจากบันได

ข้าราชการสาวใหญ่ตกรถไฟถูกเหยียบเละคาสถานีชุมทางรถไฟฉะเชิงเทรา

วันที่ 24 พ.ย.60 เวลา 18.00 น. ร.ต.ท.ทศพล สุขเบี้ย รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ได้เกิดเหตุ มีผู้โดยสารตกจากขบวนรถไฟที่ 277 กรุงเทพฯ-กบินทร์บุรี ถูกตัวรถไฟเหยียบทับร่างเสียชีวิตภายในสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา ที่เกิดเหตุพบรถไฟความยาว 6 โบกี้ เป็นตู้โดยสาร 5 โบกี้ หัวรถจักรหมายเลข 4034 อีก 1 โบกี้ มีนายสมชาย สุขสัน เป็น พขร. และมีนายสุรพล ตรงค์เรือง เป็น พรร.จอดเทียบชานชะลาที่ 4 ในรางที่ 3 ด้านหน้าสถานีชุมทางรถไฟฉะเชิงเทรา

ชิ้นส่วนร่างกายของผู้เคราะห์ร้าย กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นสถานี

ที่ชุดเพลาล้อหลังสุดของโบกี้สุดท้ายทางขวาของตัวรถ มีร่างของผู้เสียชีวิตสวมเสื้อสีฟ้ากางเกงสีดำติดคาอยู่กับล้อหน้าสุดของเพลาล้อชุดสุดท้าย ในสภาพร่างกายแหลกเหลวถูกล้อรถไฟบดขยี้จนมีชิ้นเนื้อเศษกระดูก และเศษกะโหลกศีรษะ ปลิวกระจัดกระจายเกลื่อนอยู่เต็มพื้นของสถานีระยะทางกว่า 70 เมตร ทราบชื่อต่อมา คือ นางอุทัยวรรณ ชุณห์กุล อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 ม.5 ต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทำงานรับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญการ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ในที่เกิดเหตุพบรองเท้าคัทชูสีดำ และกระเป๋าใส่เงิน แว่นตา โทรศัพท์มือถือ ซองใส่โทรศัพท์ กระเป๋าสะพายสตรี ตลอดจนสร้อยข้อมือ สร้อยคอทองคำตกอยู่ รวมทรัพย์สินที่ผู้ตายนำติดตัวมาประกอบด้วยเงินสดจำนวน 43,177 บาท สร้อยข้อมือ สร้อยคอทองคำ น้ำหนักประมาณชิ้นละ 1 บาท และแหวนทองไม่ทราบน้ำหนักสวมติดคาอยู่ที่นิ้วมืออีก 1 วง

จากการสอบถาม ร.ต.ท.ปวีณ เข็มจรูญ รองสารวัตรรถไฟฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีพยานพบเห็นว่าผู้ตายนั้นนั่งโดยสารมากับขบวนรถจากสถานีลาดกระบัง ที่โบกี้โดยสารด้านหน้าสุดติดกับหัวรถจักร เมื่อใกล้จะถึงยังที่สถานีรถไฟชุมทางเชิงเทรา ได้เตรียมตัวหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระและเอกสารมายืนรออยู่ใกล้กับประตูทางลงขบวนรถ ที่ประตูหน้าสุดด้านขวาของตัวรถที่กำลังจะเข้าเทียบกับชานชะลาของสถานี

ตกจากโบกี้แรก ก่อนถูกล้อรถทั้งขบวนรวม 5 โบกี้ขยี้ซ้ำไปจนถึงชุดเพลาล้อสุดท้าย

ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะตกลงมาจากขบวนรถไฟในช่วงก่อนถึงสถานีประมาณเกือบ 100 เมตร และถูกขบวนรถไฟทับร่างและลากมาจนเสียชีวิตดังกล่าว โดยรถไฟขบวนนี้ได้ออกมาจากสถานีต้นทางกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 15.25 น. และจะเข้ามาถึงสถานีชุมทางฉะเชิงเทราในเวลา 16.43 น. แต่ขบวนรถได้เสียเวลาไปประมาณ 17 นาที ถึงได้มาเข้าเทียบชานชะลาในเวลา 17.00 น.ซึ่งเป็นเวลาเกิดเหตุพอดี ร.ต.ท.ปวีณ กล่าว

ขณะที่ นายกฤตภาส เพ็ญบุญประเสริฐ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/11 ม.9 ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ผู้เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุ กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้นั่งรถไฟขบวนเดียวกันนี้มาจากสถานีลาดกระบัง เพื่อที่จะกลับบ้านพักที่ฉะเชิงเทรา เมื่อก่อนถึงสถานีฉะเชิงเทราผู้เสียชีวิตได้เดินมารอลงจากรถอยู่ที่หน้าประตูทางลงรถของโบกี้หน้าสุดติดกับหัวรถจักร ซึ่งตนก็ได้มารอต่อแถวเพื่อจะลงจากรถด้วยเช่นกันเป็นคนที่สอง

แต่มีลังโฟมสีขาวถูกวางขวางกั้นอยู่ตรงกลางระหว่างตนและผู้เสียชีวิต เมื่อขบวนรถเข้ามาใกล้ถึงสถานี คนขับได้เบรกจนทำให้ตัวรถเกิดการกระชากหนึ่งครั้ง เนื่องจากรถไฟขับมาค่อนข้างเร็ว ก่อนที่ผู้เสียชีวิตซึ่งสวมรองเท้าหุ้มส้นแบบผู้หญิงสีดำ และพื้นส้นแคบลักษณะคล้ายกับส้นสูง จึงลื่นตกลงไปจากตัวรถก่อนที่จะกระแทกเข้ากับขอบชานชะลาและกระเด็นเข้าไปยังที่ใต้ท้องรถจนถูกรถไฟเหยียบเสียชีวิตซึ่งน่ากลัวมาก นายกฤตภาส กล่าว

ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตระบุว่า นางอุทัยวรรณ ได้เดินทางไปทำงานในเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ทุกวัน โดยมีสามีเป็นผู้มาคอยรับส่งไปกลับจากบ้านในช่วงเช้าและเย็น จากเขต อ.บางคล้า มาขึ้นรถยังที่สถานีชุมทางรถไฟฉะเชิงเทรา โดยมีบุตรรวมจำนวน 3 คน ทำงานแล้ว 1 คน กำลังเรียนในโรงเรียนนายทหารเรือ 1 คน และอีกหนึ่งคนกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.4 ญาติของผู้เสียชีวิตเปิดเผย