คลิปโผล่ว่อนโซเชียล! พ่อค้าทุเรียนพัทยาใจร้อนยีทุเรียนใส่หน้ากะเทยสาว

39

คลิปโผล่ว่อนโซเชียล! พ่อค้าทุเรียนพัทยาใจร้อนยีทุเรียนใส่หน้ากะเทยสาว หลังขอเปลี่ยนสินค้าระบุทุเรียนเนื้อเละ ผู้เสียหายเผยไม่เจตนาเป็นคดีความแต่อยากให้สังคมรับรู้และไม่เกิดปัญหาซ้ำซาก ด้านพ่อค้าทุเรียนยอมรับโมโหเพราะเหมือนโดนหาเรื่องทั้งๆที่เปลี่ยนสินค้าให้แล้ว

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Bella Thepsatar” โพสต์คลิปยาวประมาณ 1.35 วินาที ลักษณะโต้เถียงกับพ่อค้าขายทุเรียน พร้อมกับระบุข้อความ #ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะคะไม่ได้อยากจะไปมีเรื่อง คือเราไปซื้อทุเรียนร้านนี้ 2 ครั้งแล้วไม่มีปัญหา แต่ครั้งนี้มันเละจนติดกระดาษที่ห่อทุเรียนแล้วมีน้ำเยิ้มออกมา ส่วนพูที่กินได้เราก็เก็บไว้ที่บ้านเอาแค่พูที่เสียไปที่ร้าน เราไม่คิดหรอกว่าจะไปแล้วมีเรื่อง เลยไม่ได้ถ่ายก่อนที่เค้าจะเอากำ ปั้นทุบเละ แล้วเค้าบอกว่าก็เอานิ้วจิ้มมันมันก็เละซิ เราพยายามไม่พูดหยาบ เค้าก็เงื้อมือจะตบเราเราถามพี่จะทำอะไรหนู เหตุการณ์มันไวมาก #เหตุการณ์ตามคลิปเลยค่ะ #ซื้อทุเรียนดูที่ร้านเลยนะคะเพราะเอาออกไปแล้วกลับมาจะเป็นแบบนี้ #เราซื้อไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพอรุ้ว่าเสียเรารีบเอากลับมาเปลี่ยน #ไม่น่ามาทำร้ายร่างกายกัน #แค่มาเตือนใครที่คิดจะซื้อทุเรียนควรเลือกร้าน #ตรงข้ามเทพประสิทธิ์ซอย 10 หลังจากคลิปวีดิโอถูกเผยแพร่และแชร์ออกไปทำให้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

วันนี้ (10 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ ร้านทุเรียน ใหม่ ระยอง ตั้งอยู่ริมถนนเทพประสิทธ์ พัทยาใต้ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นร้านเกิดเหตุ โดยได้พบกับ นายวิโรจน์ ศิริรัตน์ อายุ 44 ปี เจ้าของร้านทุเรียนดังกล่าว กำลังยืนขายทุเรียนให้ลูกค้าตามปกติ จากการสอบถามเหตุการณ์ตามคลิปที่ นายวิโรจน์ เล่าว่าช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีลูกค้าเป็นสาวประเภทสอง ได้ขี่รถจักรยายนต์มาซื้อทุเรียนหมอนทองจำนวน 3 กิโลในราคากิโลกรัมละ 120 บาท ทั้งนี้ ก่อนการซื้อขายทางร้านก็มีมาตาการต้องเจาะเปลือกให้ลูกค้าดูเนื้อทุเรียนทุกครั้ง และต้องเป็นที่พึงพอใจของลูกด้วยถึงจะลงมือผ่าทุเรียนให้กับลูกค้ากลับเอาไปรับประทาน สำหรับทุเรียนของลูกค้าคู่กรณีนั้น พบว่าทุเรียนลูกนี้มีอยู่ 1 พู ที่เนื้อค่อนข้างจะเละ ทางร้านจึงได้ผ่าลูกใหม่เปลี่ยนไปให้ หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ลูกค้าคนดังกล่าวได้นำทุเรียนที่เละกลับมาคืนเพื่อขอเปลี่ยนใหม่ ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มทุเรียนจนเละจากนั้นจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น
ระหว่างเกิดเหตุลูกค้าคู่กรณีได้เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอัดคลิปวีดิโอ ทั้งนี้ ด้วยความโมโหซึ่งตอนแรกได้ผ่าทุเรียนลูกใหม่เปลี่ยนให้แล้วแต่ยังกลับมามีลักษณะเหมือนหาเรื่อง จึงใช้มือทุบทุเรียนและหยิบขึ้นมาป้ายใส่ที่ใบหน้าไป 1 ครั้งก่อนจะแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นไม่นานลูกค้าก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจากการเจรจาทางร้านได้ชดใช้ค่าเสียหายให้เป็นเงินสด 1,000 บาท พร้อมกับทุเรียนพูใหม่ 1 แพ็ค และตกลงกันไว้ว่าจะไม่มีการโพสต์คลิปใดๆ แต่หลังจากนั้นไม่นานคลิปดังกล่าวก็ถูกเผยแพร่ไปยังโลกโซเชียลไปอย่างรวดเร็ว สำหรับส่วนตัวแล้วประกอบอาชีพขายทุเรียนมาแล้วกว่า 20 ปี ทุเรียนทุกลูกยืนยันว่าเป็นของดีจากสวนไม่มีการเอารัดเอาเปรียบลูกค้าอย่างแน่นอน

ขณะที่ นายชาญณรงค์ (ขอสงวนสนาสกุล) อายุ 28 ปี ลูกค้าคู่กรณีเดินทางเข้าพบผู้สื่อข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเปิดเผยว่าส่วนตัวทำอาชีพอิสระพักอยู่ในพื้นที่เขาพระตำหนัก ขณะนั้นเป็นช่วงเช้าก็รู้สึกหิวข้าวจึงขี่รถ จยย.จากบ้านไปซื้อกับข้าวที่ซอยเทพประสิทธิ์ และก่อนกลับได้แวะซื้อทุเรียนที่ร้านแห่งนี้ซึ่งเคยซื้อมากินแล้ว 2 ครั้งเพราะเห็นว่าคุณภาพดี โดยสั่งซื้อทุเรียนจำนวน 2 กก. ซึ่งทางร้านก็แกะเปลือกให้ดูเนื้อจริงก็เห็นว่าเนื้อทุเรียนที่แกะให้ดูกำลังอยู่ในช่วงรับประทาน จากนั้นทางร้านก็แกะทุเรียนทั้งหมดใส่กล่องซึ่งคราวนี้ไม่ได้ดูจนครบทุกพู แต่เห็นว่ามีอยู่ 1 พูที่เนื้อค่อนข้างเละทางร้านจึงแกะเนื้ออีกลูกมาใส่ให้ จากนั้นก็กลับบ้านเพื่อนำกลับมารับประทานแต่ปรากฏว่าเนื้อทุเรียนที่ให้มามีอยู่ 1 พูที่เนื้อเละจนรับประทานไม่ได้ จึงตัดสินใจรีบกลับไปที่ร้านหลังเวลาผ่านไปแค่ 30 นาที ซึ่งเจตนาส่วนตัวก็เพื่อขอเปลี่ยนทุเรียนเท่านั้นไม่ได้ตั้งใจไปหาเรื่อง และไม่ได้ใช้คำหยาบคายใดๆแต่พ่อค้าได้ออกมาพูดว่าที่เนื้อทุเรียนเละเพราะเอานิ้วไปจิ้มเนื้อ จากนั้นก็เอากำปั้นทุบทุเรียนพูนี้จนกระจายไปทั่ว ด้วยความกลัวจึงกลับไปที่รถและนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐาน กรณีนี้อาจเป็นการสร้างความโมโหให้กลับพ่อค้า ก่อนที่พ่อค้าจะหยิบทุเรียนพูนี้ออกมาและถือมากระแทกเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้งจึงเดินทางไปเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยโค้งดงตาล เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กระทั่งเจ้าหน้าที่พามาไกล่เกลี่ยและมีการชดใช้เงินให้จำนวน 1,000 บาทรวมทั้งทุเรียนอีก 1 กล่อง จนเมื่อกลับออกมาจึงตัดสินใจโพสต์คลิปดังกล่าวเพื่อต้องการให้สังคมได้รับรู้ แต่ไม่ต้องการให้เป็นคดีความ เพียงแต่อยากให้เป็นเคสตัวอย่างที่ พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการควรมีอารมณ์เย็นและไม่ใจร้อนเหมือนเหตุการณ์นี้เท่านั้น….