จัดระเบียบเรือท่องเที่ยวรอบ 2 พบผู้ประกอบการบางส่วนยังดื้อแพ่ง

34

ดีเดย์จัดระเบียบเรือท่องเที่ยวพัทยารอบ 2 มีปัญหาพบผู้ประกอบการบางส่วนยังดื้อแพ่ง เจ้าท่าเผยเตรียมใช้กฎหมายรายวันก่อนนำเรื่องเสนอกรรมการจัดระเบียบกำหนดกติกาเข้มข้น

จากกรณีที่ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มีนโยบายให้มีการจัดระเบียบการขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นลงเรือไปยังท่าเทียบเรือพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) เนื่องจากมองเห็นว่าการขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นลงเรือที่จะเดินทางไปทำกิจกรรมทางน้ำและไปยังเกาะล้าน ที่บริเวณชายหาดนั้นไม่เหมาะสมและหวั่นนักท่องเที่ยวได้รับอันตรายและเป็นผลกระทบต่อภาพลักษณ์ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานจัดระเบียบท่าเทียบเรือพัทยาใต้ โดยมีตัวแทนจากจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง กรมเจ้าท่า ทหาร ตำรวจ เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ทั้งนี้ หลังมีการปรับภูมิทัศน์ท่าเทียบเรือและการจัดกิจกรรมมหกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา จึงได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมเป็น “วันดีเดย์” ให้ผู้ประกอบการเรือทุกประเภทเคลื่อนย้ายพื้นที่การรับส่งนักท่องเที่ยวจากชายหาดพัทยากลับมาใช้พื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือ (แหลมบาลีฮาย) พัทยาใต้เช่นเดิม แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดก็เกิดปัญหาจากผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่ดำเนินการตามนโบบาย โดยระบุว่าไม่สามารถปรับตัวได้ทันเนื่องจากมีการแจ้งจองโปรแกรมการเดินทางล่วงหน้าของนักท่องเที่ยวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จึงต้องขอเวลาการใช้พื้นที่ชายหาดเช่นเดิมไปก่อนจนกว่าเมืองพัทยาจะดำเนินการปรับปรุงในส่วนของอาคาร สถานที่จุดพักการจราจร และท่าเทียบเรือให้พร้อมรองรับปริมาณเรือและนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งเฉลี่ยวันละ 1.5-2 หมื่นคน กระทั่งคณะทำงานจัดระเบียบท่าเทียบเรือพัทยาใต้ จึงได้มีการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการเคลื่อนย้ายจุดออกไปอีก 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-7 พฤษภาคม และจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังอีกครั้งในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้
ล่าสุดเวลา 07.00 วันนี้ (8 พ.ค.) กำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าพัทยา ทหารจาก มทบ.14 ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง กำลังตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว เทศกิจ และกิจการพิเศษ สนธิกำลังกว่า 100 นายลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการเคลื่อนย้ายของผู้ประกอบการตามกำหนด ซึ่งพบว่ามีผู้ประกอบนำรถบัสขนถ่ายนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาขึ้นลงเรือที่ท่ากว่า 70 % โดยสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ขณะที่มีรายงานเพิ่มเติมว่าบริเวณชายหาดเมืองพัทยา โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยา ยังคงมีผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบางส่วน ขนถ่ายนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนมาลงเรือบริเวณชายหาดเช่นเดิม ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงเข้าเจรจาและทำการกดดัน พร้อมประชาสัมพันธ์ขอรับความร่วมมืออีกครั้ง
ด้าน นายณัฐพงค์ มานะสม อายุ 55 ปี กรรมการบริษัททัวร์นำเที่ยว N.P.E. ทัวร์ เปิดเผยว่า ยังคงไม่สามารถย้ายจุดขนถ่ายนักท่องเที่ยวจากชายหาดไปที่ท่าเทียบเรือพัทยาใต้ได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบและส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยว แต่หากยืนยันจะให้ย้ายเมืองพัทยาก็จะต้องมีความพร้อมในเรื่องของท่าเทียบเรือก่อน ทั้ง การจราจร โป๊ะเทียบเรือ ห้องสุขา และที่พักคอยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถโดยสารทางเรือได้ กรณีนี้แม้ทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาดำเนินการตามกฎหมายก็คงต้องยินยอม แต่จะขอใช้พื้นที่บริเวณชายหาดในรับขนถ่ายนักท่องเที่ยวต่อไปจนกว่าเมืองพัทยาจะมีความพร้อม
ขณะที่ พันเอกสมศักดิ์ ตั้งดำรงธรรม รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 14 เปิดเผยว่าจากนโยบายในของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงมีการตั้งคณะกรรมการและดำเนินการจัดระเบียบจนมีผลเป็นรูปธรรมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ด้วยต้องการใช้พื้นที่ท่าเรือเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และงานสวนสนามทางเรือ จึงให้ผู้ประกอบการมาใช้พื้นที่ชายหาดชั่วคราว กระทั่งทุกอย่างพร้อมจึงกำหนดวันดีเดย์ 1 พ.ค.แต่ก็ติดปัญหาบางอย่างจึงอะลุ่มอล่วยให้ถึงวันที่ 8 พ.ค. กรณีนี้แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผู้ประกอบการบางส่วนเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เพื่อขอผ่อนปรนจนมีหนังจากจังหวัดชลบุรีเพื่อให้คณะทำงานจัดระเบียบทบทวน แต่ผลสรุปจากการหารือคณะกรรมการก็มีมติร่วมกันว่าคงกำหนดให้มีการย้ายจุดเช่นเดิม เนื่องจากมองว่าท่าเทียบเรือพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) มีศักยภาพความพร้อมเต็มที่ เนื่องจากเมืองพัทยาได้มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 130 ล้านบาท การจัดสร้างโป๊ะเทียบเรือเพิ่มอีก 2 โป๊ะ จากเดิมที่มี 4 โป๊ะเป็น 6 โป๊ะ ในการรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่รับส่งจากเรือบริษัทนำเที่ยวกว่า 30 บริษัท ซึ่งถือว่ามีความเพียงพอ ส่วนในเรื่องของห้องน้ำ และที่พักคอยของนักท่องเที่ยวที่สูงอายุ ที่ไม่สามมารถเดินทางไปกับเรือได้ตามที่ผู้ประกอบการมีการกล่าวอ้างนั้น แต่เดิมได้มีมติให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาทำการคัดกรองก่อนหรือให้พักคอยอยู่ที่โรงแรมหรือบริเวณชายหาด
ดังนั้นเมื่อถึงกำหนดจึงมีการสนธิกำลังลงพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐด้วยดี จะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ และรับนักท่องเที่ยวบนชายหาด ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางกรมเจ้าท่ารับผิดชอบในพื้นที่น้ำ ด้วยการตรวจสอบใบนายท้าย และการกล่าวตักเตือนกับผู้ประกอบการ รวมทั้งการบันทึกประวัติบริษัทนำเที่ยวที่ยังฝ่าฝืน ขณะที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลบนพื้นผิวจราจรที่มีการนำรถบัสขนาดใหญ่มาวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวที่อาจกีดขวางเส้นทางจราจรเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามมติของกรรมการและขั้นตอนตามกฎหมาย
ส่วน นายเอกราช คันธโร ผอ.เจ้าท่าภูมิภาคพัทยา เปิดเผยว่าในส่วนผู้ประกอบการที่ยังมีการฝ่าฝืนคำ สั่งนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะมีการดำเนินการจากมาตรการเบาไปหาหนัก โดยจะมีการขอความร่วมมือไปก่อน แต่หากยังไม่ได้รับความร่วมมือก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยผู้ควบคุมเรือไม่ทำตามคำสั่งก็จะดำเนินการตามมาตรา 132 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำ ที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของกรมเจ้าท่า และมาตรา 297 ซึ่งมีโทษปรับตั้งแต่ 500-5,000 บาทต่อครั้งต่อลำ ซึ่งการดำเนินการวันนี้ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายไปแล้วถึง 20 ลำ พร้อมได้สร้างความเข้าใจในการจัดระเบียบ พร้อมจะมีการนำข้อปัญหาที่ได้รับจากการจัดระเบียบเขาหารือกับคณะทำงานในการหาแนวทางและการดำเนินการตามกฎ หมายกับผู้ประกอบลการที่ฝ่าฝืนต่อไป…