นายกฯ แนะใช้แนวทางประชารัฐชวนภาคเอกชนร่วมพัฒนากลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์

32
ประชารัฐ

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาค ตอ.เฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์) แนะใช้แนวทางประชารัฐเชิญชวนภาคเอกชน ร่วมพัฒนากลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ เน้นใช้งบประมาณบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

วันนี้ (8 พ.ค.61) เวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์) โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น และผู้แทนเกษตรกรเข้าร่วมประชุม

โดยนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางลงพื้นที่ทุกครั้ง ไม่มีเป้าหมายการเมืองหรือเป้าหมายแฝงอื่นใด แต่ถือเป็นการสื่อสารสองทาง เพื่อการรับรู้ข้อมูลและความต้องการ เพื่อนำมาปรับปรุงโครงการต่างๆ ควบคู่กับการวางแผนระยะยาวให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาประเทศโดยรวม เน้นการใช้งบประมาณจังหวัด กลุ่มจังหวัดให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่ใช่การทุ่มงบประมาณลงไปในพื้นที่ใดเป็นพิเศษ การพัฒนากลุ่มจังหวัดจะต้องเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของไทย คือ มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว สอดประสานกับยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ข้อ คือ ความมั่นคง การสร้างความสามารถทางการแข่งขัน นวัตกรรม การตลาด การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร โดยหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาสินค้า พร้อมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องในศตวรรษ 21 ลดช่องว่างสังคม สร้างการเติบโตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และปรับสมดุลพัฒนาภาครัฐ สู่ e-Government เพื่อลดปัญหาการคับคั่งของข้าราชการ เพื่อให้ทั้งประเทศเจริญไปพร้อมกัน คือ Stronger together และรัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง เช่นเดียวกับแนวทางการดำเนินนโยบายด้านต่างประเทศ คือ Thailand +1 ภายในประเทศของเราคือ จังหวัด +1 หรือ Province +1 ใช้กลไกประชารัฐเป็นสำคัญ คือ รัฐบาล เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชนจะต้องร่วมมือกันเดินหน้าไปด้วยกัน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงว่า ขอให้ช่วยกันอธิบายภาคเอกชนและสื่อมวลชนให้เข้าใจว่า ได้สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนในส่วนเนื้องานของตนเอง และมาร่วมกันคิดกับเอกชน จะเข้าใจวิธีคิดและการดำเนินงานของราชการในวันนี้ เพราะการเมืองคือ การทำงานร่วมกัน เดินหน้าไปด้วยกัน ตามยุทธศาสตร์ชาติ คือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเสนอโครงการว่ามีความซับซ้อนหรือไม่ และข้อเสนอโครงการใดอยู่ในแผนการแล้ว ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ และขอให้ดำเนินการตามลำดับความสำคัญ คำนึงถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่จะได้รับเป็นหลัก สำหรับการบริหารจัดการงบประมาณของจังหวัดนั้น ประการแรก คือลดปัญหาท้องถิ่นและประการที่สอง คือ เพื่อสร้างศักยภาพ อาทิ งบบริหารจัดการน้ำ สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และพัฒนาจัดหาแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ดังนั้นการเสนองบประมาณรวมทั้งการบริหารจัดการจะต้องเป็นระบบ ขอให้สำนักงานบริหารจัดการน้ำพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีกล่าวสรุปว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 มีเป้าประสงค์หลักเพื่อต้องการให้ประชาชนในพื้นที่ของกลุ่มจังหวัด ที่ประกอบอาชีพการเกษตรให้ “หลุดพ้นจากความยากจน และสามารถพึ่งพาตนเองได้” อีกทั้งยังสอดคล้องกับการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง เพื่อรองรับและเพิ่มศักยภาพการให้บริการด้านการขนส่งทั้งโครงข่ายหลักและโครงข่ายรอง นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีโอกาสเติบโตทางด้านเศรษฐกิจการค้า การลงุทน และสามารถเป็นประตูเชื่อมระหว่างประเทศ และอนุภูมิภาค AEC ด้วย