ผู้กองมิ้น หนุ่มบุรีรัมย์หัวใจหล่อ ระดมทุนสร้างอาคารเรียน ช่วยเด็กยากจนนับร้อย

61
ผู้กองมิ้น
ผู้กองมิ้น สละทั้งตัวและหัวใจให้เด็กยากจน หากตั้งใจเร่ียน ไม่เกเร สนับสนุนเต็มที่เพื่ออนาคต ล่าสุด เตรียมระดมเงินล้าน สร้างอาคารเรียนเป็นของตัวเอง อยู่ติดสนามไอโมบาย หรือสนามช้าง หวังรองรับจำนวนเด็กที่เพิ่มขึ้นถึง 100 คน โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จทันรับปิดเทอมใหญ่ปีหน้าราวๆ มี.ค.-เม.ย.62

วันที่ 17 พ.ค.61 ร.ต.อ.อภิชิต  ภัณฑะประทีป หรือ “ผู้กองมิ้น” รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ live สดกับ 77 ข่าวเด็ดว่า จุดเริ่มต้นการเข้ามาเป็นครูสอนเด็กยากจนเริ่มจากช่วงตนเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดยตนเป็นเด็กบ้านนอกมีโอกาสสัมผัสเด็กยากจน พอเข้าเรียนเตรียมทหาร จบมาทำงานแถวสนามหลวงพบคนยากจน แต่ไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงกับคนเร่ร่อนเหล่านี้ จึงคิดว่าพวกเขาต้องมีความรู้ การศึกษาจะช่วยเปลี่ยนชีวิตได้ คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง ใครจะรู้ว่าเด็กคนหนึ่งอาจโตขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

เริ่มแรก ตนได้ย้ายกลับมาที่ จ.บุรีรัมย์ ได้ทำคดีแล้วเจอกับ “น้องเต้” อาศัยอยู่บ้านเก่า ลองถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร น้องตอบว่าอยากเป็นทหาร จึงชวนมาเป็นตำรวจ ให้มาเรียนด้วยกันเมื่อต้นปี ซึ่งตอนนั้นตนได้ไปเช่าตึกเพื่อติวให้กับน้องเพียงคนเดียว พอดีได้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก และมีคนติดตาม จึงมีการแนะนำด็กเข้ามาเรื่อยๆ บางคนก็เป็นเด็กที่เห็นผ่านสื่อก็ไปตามให้มาเรียน

น้องๆ ที่อยู่ในอุปการะของหมวดมิ้น

ซึ่งขณะนั้น ไม่มีหน่วยงานใดสนับสนุน และเด็กเหล่านี้ก็เชื่อถือว่าเราจบจากโรงเรียนนายร้อย โดยได้ใช้เงินทุนส่วนตัวเซ้งตึกค่าเช่าเดือนละ 1.5 หมื่น ซึ่งปีหน้าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.4 หมื่น จากจำนวนนักเรียน 30 คน ที่อยู่ประจำ มีห้องนอนไม่เพียงพอ เพราะมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง จึงวางแผนว่าจะออกไปที่อื่น สร้างตึกเป็นของตัวเอง เป็นอาคารเรียนรองรับเด็กได้ราวๆ 100 คนเป็นอย่างต่ำ มีที่นอน พื้นที่ออกกำลังกาย เบื้องต้น มีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย หาพื้นที่ให้

มีพี่อีกคนเป็นสถาปนิก อยู่ในกทม.จะออกแบบบ้านสร้างฝันให้ฟรี ซึ่งตนจะขึ้นไปคุยด้วยในวันที่ 27 พ.ค.นี้

ตอนนี้อุปกรณ์การเรียน ก็ยังขาดอยู่มาก มีคนบริจาคหนังสือ คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสารให้ และที่สำคัญยังขาดพื้นที่ในการเรียนการสอน ซึ่งตนมองว่า การมีอาคารเรียนเองดีกว่าต้องไปเสียค่าเช่าปีละกว่า 2 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าอาหารการกิน และต้องพาเด็กๆ ไปว่ายน้ำ

 

สำหรับเกณฑ์เลือกเด็ก คือ เด็กยากจน ซึ่งก็เคยมีคนพาเด็กเกเร และเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาฝาก การที่เด็กเหล่านี้ต้องการมาอยู่ประจำด้วย คือ การเริ่มต้น และคิดว่าทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ สามารถช่วยสังคมได้ และภายหลังมีผู้ปกครองที่มีเงินให้ลูกของตนเข้ามาเรียนด้วย เก็บค่าเรียนประมาณ 5,000 บาท เพื่อช่วยเหลือน้องๆ ที่เรียนฟรีด้วย

นอกจากนี้ เคยมีกรณีให้เด็กบางคนออกจากบ้านไป ด้วยเหตุผลเพราะความไม่ตั้งใจ ทุจริต และทะเลาะวิวาท ซึ่งทางบ้านสร้างฝัน ต้องการเด็กที่มีความตั้งใจมากกว่า เนื่องจากพื้นที่และงบประมาณของเรามีจำกัด

โดยบ้านใหม่ที่เราจะสร้างต้องใช้งบหลายล้านบาท และมีรุ่นพี่นายร้อยตร.ร่วมบริจาคมา อีกทั้งประสานนักธุรกิจ เจ้าของบริษัทต่างๆ  รวมถึงมีผู้ติดต่อขอให้การสนับสนุนแสดงความจำนงค์เข้ามา ซึ่งตนอยู่ระหว่างคุยรายละเอียด เพราะได้ตัดสินใจลาออกจากราชการมาแล้ว โดยมีชีวิตเด็กๆ เหล่านี้เป็นเดิมพัน ดังนั้นหากต้องยกมือไหว้เพื่อขอใครได้ก็ต้องทำ

เท่าที่คุยกันไว้ พื้นที่จะอยู่ใกล้กับ สนามไอโมบาย หรือ สนามช้าง ของ นายเนวิน ชิดชอบ ทำให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกายได้ด้วย ซึ่งน้องๆ เองนั้นอยากเป็น นักบิน วิศวะ นักข่าวฯลฯ ส่วนใครที่ต้องการ สนับสนุนเพิ่มเติมสามารถติดต่อ   ผ่านเพจ “บ้านสร้างฝัน”    

 

อุปกรณ์การเรียนที่รับบริจาค

และตอนนี้ อยู่ระหว่างทำเสื้อบ้านสร้างฝัน ออกมาจำหน่ายหาทุนสร้างอาคารเรียนอีกทาง มี 2 สี ให้เลือก ฟ้า-ชมพู ราคาตัวละ 390 บาท เพื่อระดมทุนให้ได้มากที่สุด ซึ่งคาดว่า อาคารเรียนหลังนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถรองรับจำนวนนักเรียนในช่วงปิดเทอมใหญ่ เดือน มี.ค.-เม.ย.62

โดยมีครูสอนวิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ภาษาไทย ส่วนครูสอนวิชาภาษาอังกฤษมาจากกทม.เป็นติวเตอร์ออนไลน์ จะเดินทางมาพักที่ จ.บุรีรัมย์ ส่วนตนเองสอนคณิตศาสตร์ และคำศัพท์อังกฤษ ทุกคนมาสอนด้วยจิตอาสาฟรี

ทั้งนี้ ปัจจุบันเด็กในเมืองมักสนใจแต่เรื่องเกรดกันมาก มีเด็กเกรดเฉลี่ย 3.8 มาเรียนกับตน แต่เมื่อทดสอบดูพบว่ายังไม่แม่นคำณวน จะไปโทษเรื่องระบบการศึกษาคงไม่ได้ เพราะพ่อแม่มักคาดหวังให้ลูกเป็นเด็กเก่ง ซึ่งระบบการเรียนการสอนของไทยแก้ไขยาก มีทั้งเด็กตั้งใจและไม่ตั้งใจเรียน ปัจจัยหลักจริงๆ อยู่ที่ตัวผู้ปกครองและเด็กเอง ต้องสอนเด็กให้ถูกทาง อย่ามัวไปแข่งขันกับคนอื่น ให้ดูที่ตัวเรา ไม่อย่างนั้นเด็กจะถูกคาดหวังว่า ต้องทำให้ได้เกรดดีๆ เพื่อไม่ให้ถูกเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น โดยผู้ปกครองต้องสอนให้ลูกเป็นคนดีก่อน จากนั้นเมื่อเขาดีแล้วเขาจะเก่งเอง จะรู้ว่าต้องทำอะไรเพื่อพ่อแม่ ช่วยเหลือสังคมอย่างไรในอนาคต ไม่ใช่เรียนไปเพื่อตัวเองเท่านั้น

คุณมิวสิค แฟนของ ผู้กองมิ้น (ซ้ายมือ)

ด้าน คุณมิวสิค แฟนของ ผู้กองมิ้น กล่าวเสริมว่า ตนเป็นคนโคราช จะมา จ.บุรีรัมย์ ช่วยผู้กองมิ้นในวันหยุด โดยจะเป็นคนทำหน้าที่เอ็นเตอร์เทน พาน้องๆ ไปสอบตามที่ต่างๆ

สุดท้าย ผู้กองมิ้น กล่าวว่า มีคนมองว่า ตนเสียสละมากเกินไป แต่สำหรับตนเป็นเรื่องแค่เล็กน้อยกับการเสียสละ โดยอยากทำให้กับเด็กนับพันนับหมื่นคนในอนาคต เท่าที่จะมีกำลังช่วยเหลือได้

ชมคลิป live สด# 77ข่าวเด็ด//