รวบพ่อลูกอ่อนรับจ้างส่งยาบ้าเกือบ 2 พันเม็ด อ้างหาเงินค่านมลูก 

238

นครพนม – วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 บริเวณหน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นคพนม  ว่าที่ร้อยตรี ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน  พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 พร้อมด้วย ร.ต.ถาวร  ชะสิงห์  รองผู้บังคับกองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี  ร่วมกับ เจ้าน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด  แถลงการณ์จับกุม นายวินัย หรือบ๊อบ ศรีวิชัย อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 8 บ้านเหล่าหนาด ต.พนอม อ.ท่าอุเทน   พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน  1,947 เม็ด  โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านพนอมเหนือ หมู่ 5 ต.พนอม ซึ่งอยู่หมู่บ้านติดกัน

การจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เกิดจากการเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด  ในพื้นที่จุดเสี่ยงเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่ ต.พนอม ระหว่างหมู่ 3 บ้านพนอมท่า,หมู่ 5 บ้านพนอมเหนือ,และหมู่ 8 บ้านเหล่าหนาด  จึงได้ทำการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางกำลังตามจุดเสี่ยง และดักซุ่มบริเวณใกล้ริมฝั่งแม่น้ำโขง ของพื้นที่ตำบลพนอม ที่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเคยนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่บ่อยครั้ง

จนกระทั่ง เวลา 06.30 น.  มีชายหนุ่มคนหนึ่งทำลับๆล่อๆ เดินลงไปใกล้ฝั่งแม่น้ำโขง สักพักก็เดินขึ้นมาแล้วมองซ้ายมองขวามีพิรุธ รีบเดินตามถนนคอนกรีตเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่ซึ่งซุ่มอยู่บริเวณนั้น จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่มีสีหน้าตกใจวิ่งหนี แล้วล้วงวัตถุในกระเป๋ากางเกงขว้างทิ้งข้างทาง แต่สะดุดเท้าตัวเองล้มก่อนเจ้าหน้าที่ตามรวบตัวได้ ทราบชื่อภายหลังคือ นาย วินัย หรือบ๊อบ ศรีวิชัย จึงพาไปชี้วัตถุที่นายบ๊อบขว้างทิ้งก่อนวิ่งหลบหนี พบเป็นถุงพลาสติกสีขาวเปิดออกมาเป็นวัสดุห่อหุ้มสีน้ำตาลกันน้ำอย่างดี ซึ่งเป็นยาบ้าตรวจนับได้รวม 1,947 เม็ด จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายบ๊อบ  รับสารภาพว่า พ่อ-แม่ เสียตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับน้าและยาย เรียนจบแค่ ม.3  ยึดอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา และทำนา รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย เพราะตนต้องหาเลี้ยงทั้งเมียพร้อมลูกน้อยวัย  6 เดือน เงินที่ได้ไม่พอค่านมและผ้าอ้อมสำเร็จรูป จึงยอมเป็นลูกน้องนายทุนฝั่งลาวรับจ้างนำยาบ้าไปวางไว้ ริมถนนในพื้นที่ตอนใน หลังวางแล้วก็จะโทรบอกนายทุนชาวลาว ได้ค่าจ้างค่าวางครั้งละ 2,000 – 5,000 บาท แล้วแต่ระยะทางในการไปวางของ ทำมาแล้ว 3 ครั้ง เพื่อนำเงินมาเป็นใช้จ่ายในครอบครัว  ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ดังกล่าว  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนขยายผลติดตาม ผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้วางมาตรการเข้ม ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ที่ขบวนการค้ายาเสพติดจะฉวยโอกาสลักลอบขนยาบ้าเข้ามาจำหน่ายมากขึ้น  บวกกับช่วงนี้ในระยะเวลา 2 เดือนชายแดนอีสานรวมถึง จ.นครพนม  มีการลักลอบนำยาบ้าเข้ามาขายมากขึ้น พบมีการตรวจยึดเกือบ 5 ล้านเม็ด จึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ