ภรรยาร้องสื่อหาเบาะแสกระบะแล้งน้ำใจ ชนแฟนหนุ่มแล้วหลบหนีขณะที่หวังพึ่งตำรวจแต่กลับให้ไปหาหลักฐานเอง

26

ภรรยาร้องสื่อหาเบาะแสกระบะแล้งน้ำใจ ชนแฟนหนุ่มแล้วหลบหนีขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันก็หวังพึ่งตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับให้ไปหาหลักฐานเอง จึงตัดสินใจร้องสื่อ

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง  จากกรณีที่ได้รับการร้องทุกข์จากนางสุพัตรา  สังข์ละมาด อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 / 1 หมู่ 7 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ว่าสามีขอตนซึ่งเป็นหัวแรงของบ้าน ถูกรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บไม่สามารถไปทำงานได้ หลังเกิดเหตุรถยนต์กระบะคู่กรณีได้หลบหนี หลังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทวงถามคืบหน้าของคดีเจ้าหน้าที่กลับแจ้งให้ไปหาหลักฐานเอง

หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 40 / 1 หมู่ 7 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียหายที่ร้องเรียนมา ได้พบ นาย นิกร  สังข์ละมาด อายุ 37 ปี ผู้บาดเจ็บที่นั่งรอทีมข่าวด้วยความหวังโดยมีผ้าพันบาดแผลที่เข่าและแขนขวา ซึ่งเป็นบาดแผลที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าวพร้อมด้วยอาการเจ็บปวดตามร่างกาย  พร้อมทั้งนำภาพคลิปวีดีโอจากวงจรปิดที่ภรรยาได้ไปขอมาจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งตรงจุดเกิดเหตุมาให้กับผู้สื่อข่าวดู

โดยนายนิกร ได้เล่าว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 7 พ.ค. 2561 เวลาประมาณ 19.50 น. หลังเลิกงานขณะที่ตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพัก ผ่านข้างโรงพยาบาลจุฬารัตน์สุวรรณภูมิ บนถนนกิ่งแก้ว มุ่งหน้าคลองขุด ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่ตนขับขี่อยู่เลนซ้ายเกือบชิดขอบทาง จู่ๆ รถกระบะสีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่ขับตามหลังมาทางเลนกลางได้หักเข้ามาเฉี่ยวชนตนจนล้มและลากไถลไปกับพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บ  โดยที่รถคู่กรณีไม่จอดลงมาดูตนแต่อย่างใดก่อนจะขับหลบหนีไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังเกิดเหตุมีอาสานำตัวเองส่งโรงพยาบาล แพทย์ให้พักรักษาและดูอาการอยู่ที่บ้านพัก หลังจากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันที่เกิดเหตุ ตนได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี เพื่อลงบันทึกประจำวันและแจ้งความร้องทุกข์ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมรถคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นตนเองจึงโทรไปสอบถามพนักงานสอบสวนว่าพอจะทราบเบาะแสของคู่กรรีหรือไม่แต่กลับได้รับคำตอบว่า งานเยอะและให้ไปหาหลักฐานมาเพิ่มเอง ทำให้แฟนสาวต้องลาหยุดงานและไปเดินไล่กล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตั้งอยู่หลายตัว แต่เมื่อไปสอบถามหน่วยงานที่รับผิดชอบกลับได้รับคำตอบว่าใช้งานไม่ได้มานานแล้ว ทำให้ต้องย้อนกลับมาหาอีกครั้งจนกระทั่งได้รับความอนุเคราะห์จากร้านจำหน่ายเครื่องยนต์และอะไหล่มือสอง ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในบริษัทและบันทึกภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้แต่ไม่เห็นทะเบียนรถ

ขณะที่แฟนสาวออกมาเปิดเผยความในใจว่า ตนน้อยใจตำรวจที่เอ่ยข้ออ้างออกมาแบบนั้นและยังบอกให้ตนไปหาหลักฐานเพิ่มเอง ซึ่งตนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การเกิดเหตุครั้งนี้ แต่ยังเคราะห์ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก แต่หากพิการหรือเสียชีวิตไปครอบครัวตนเองรวมถึงบุตรจะอยู่กันยังไงเพราะผู้บาดเจ็บเป็นเสาหลักของครอบครัว การที่ตนออกมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและวิงวอนผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบการกระทำของตัวเองรวมไปถึงประชาชนท่านใดที่มีภาพกล้องหน้ารถหรือจดจำหมายเลขทะเบียนรถคันก่อเหตุขอให้แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลีด้วย เพื่อจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย