ลวงโลกกันทั้งแก๊ง หลัง ตร.ตามเส้นทางคนร้ายตุ๋นป้าพบมีแต่ตัวละคร

89
ลวงโลกทั้งแก๊ง

ฉะเชิงเทรา – ลวงโลกกันทั้งแก๊ง หลังตำรวจตามตรวจสอบเส้นทางคนร้ายตุ๋นป้าวัย 73 พบมีแต่ตัวละครจัดฉากสร้างเรื่องราวชวนให้หลงเชื่อ สุดท้ายบุคคลที่ถูกนำมาอ้างถึงไม่มีตัวตนอยู่จริง ขณะตำรวจเตรียมแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดตามรายทางที่คนร้ายให้เส้นทางผ่านโดยเฉพาะภายในธนาคารที่คนร้ายทำทีเข้าไปเบิกเงินเพื่อหาเบาะแส

วันที่ 17 พ.ค. 61 เวลา 15.30 น. พ.ต.ท.พิริยพงศ์ พงษ์สุวรรณ รอง ผกก.สืบสวน สภ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามแกะรอยคนร้ายแก๊งลวงหญิงชราวัย 73 ปี เพื่อหวังต้มตุ๋นและชิงเอาทรัพย์สิน ก่อนถูกนำไปปล่อยทิ้งเอาไว้กลางทางตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้ววานนี้ (16 พ.ค.61) ว่า หลังจากที่ได้ติดตามแกะรอยไปตามหาคนที่ชื่อนายสมนึก ที่บริเวณชุมชนหลังวัดทศราษฎร์เจริญมณีฤทธิ์ ย่าน ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา แล้ว

ปรากฏว่า นายสมนึก คนที่ออกมาแสดงตัวให้แก่หญิงชราพบเห็นนั้นไม่มีตัวตนอยู่ในพื้นที่จริง โดยมีแต่นายสมนึก ที่อยู่ในวัยชราภาพและป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ อีกทั้งภรรยาเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเสียชีวิตตามที่คนร้ายนำมากล่าวอ้าง และเมื่อสอบถามหาความแน่ชัดในรายละเอียดอีกครั้งจากนางวัชรี เหยื่อที่ถูกล่อลวงไปกลับทราบว่า แก๊งคนร้ายได้พาให้นั่งรถมาด้วยจริงๆ แต่ไม่ได้ให้ผู้เสียหายลงมาจากรถเพื่อไปพบกับนายสมนึก และระหว่างที่คนร้ายลงไปพูดคุยกับชาวบ้านก็นั่งอยู่แต่ในรถเท่านั้น

คนร้ายทำทีมาเบิกเงิน

ส่วนนายสมนึก ที่ถูกอ้างถึงนั้นได้มายืนรออยู่ที่หัวมุมตึกบริเวณซุ้มประตูปากทางเข้าวัดทศฯ ริมถนนใหญ่สาย 304 เท่านั้น โดยไม่ได้เข้าไปจนถึงยังที่บ้านของนายสมนึกแต่อย่างใด โดยสรุปแล้วบุคคลที่ถูกนำมากล่าวอ้างถึงทั้งหมดนั้นเป็นเพียงตัวละครที่คนร้ายจัดฉากนำมาแสดงทั้งหมด โดยทั้งแก๊งนั้นขณะนี้ทราบว่ามีด้วยกัน 4 คน คือ นางโอ๋ นางเล็ก นายสมนึก และชายอีกหนึ่งคนที่แต่งกายด้วยท่าทางภูมิฐานทำหน้าที่แสดงตัวเป็นนายทุนว่าจะซื้อที่ดินเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ

โดยในวันพรุ่งนี้จะได้ไปติดตามเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดตามรายทางที่คนร้ายขับรถผ่าน โดยเฉพาะที่บริเวณชุมชนหลังวัดทศฯ และที่บริเวณธนาคารแห่งหนึ่งในตัวเมืองฉะเชิงเทรา ที่คนร้ายพาเหยื่อไปเพื่อพยายามล่อลวงให้เห็นว่ามีการโอนเงินเข้ามาจำนวนมากจริง เพื่อให้เหยื่อตายใจและถอนเงินเข้ามาร่วมลงทุนในการไถ่ถอนที่ดินติดจำนองออกมาขายให้นายทุน พ.ต.ท.พิริยพงศ์ กล่าว

แกะรอยเส้นทางคนร้าย

ขณะเดียวกัน นางทองย้อย นิลชัง อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/1 ม.10 ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา แม่ค้าขายขนมในชุมชนหลังวัดทด ผู้ที่เกือบตกเป็นเหยื่อคนร้ายแก๊งนี้อีกรายเล่าว่า ครั้งแรกที่คนร้ายแก๊งนี้เข้ามาและทำทีเข้ามาซื้อขนมมันนึ่ง กล่องละ 20 บาทไปจำนวน 2 กล่องนั้น ได้เข้ามาสอบถามว่าตรงไหนมีที่ดินขายบ้าง ตนก็บอกกลับไปว่ามีอยู่แห่งหนึ่งจำนวน 6 ไร่เขาขายราคา 1 ล้านบาท จึงได้มีการขอเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ติดต่อกัน

แต่พอตกในช่วงตอนเย็นของเมื่อวาน จึงมีตำรวจเข้ามาแล้วบอกว่าเป็นพวกแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวง ซึ่งเราก็ไม่ทราบ เพราะว่าเห็นแต่งตัวดีจึงนึกว่าเป็นคนดี และหลังจากตำรวจกลับกันไปหมดแล้ว ตนจึงทดลองโทรศัพท์ไปยังเบอร์โทรที่คนชื่อโอ๋ให้ไว้ ก็ยังรับสาย ต่อมาในช่วงรุ่งเช้าของวันนี้เวลาประมาณ 09.30 น.เศษ หญิงทั้งสองคนก็ได้ขับรถยนต์เก๋งเข้ามายังที่บ้านตนด้วย

จุดตัวละครนายสมนึกมายืนรอ

โดยยังได้พยายามที่จะชักชวนให้ตนเองนั่งรถไปด้วยกันกับพวกเขาเพื่อที่จะไปดูที่ดินแปลงที่บอกเอาไว้เมื่อวาน แต่ตนได้รีบขับรถ จยย.ออกจากบ้านมา เพื่อโทรศัพท์หา จนท.ตำรวจ ชุดที่มาเมื่อช่วงเย็นวานนี้ แต่ปรากฏว่าโทรไม่ติดไม่มีคนรับสาย จึงได้วิ่งไปยังที่บริเวณหน้าป้อมตำรวจจุดที่พักสายตรวจประจำตำบลบางไผ่ที่อยู่ข้างวัด แต่ปรากฏว่าไม่มีตำรวจอยู่ประจำ

จนแก๊งคนร้ายขับรถยนต์เก๋งตามมาพบตนที่กำลังชี้ไม้ชี้มืออยู่ที่บริเวณแถวหน้าป้อมตำรวจที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงได้ขับรถผ่านเลยไป จากนั้นเวลาผ่านไปประมาณ 3 ชม. เขาจึงได้โทรศัพท์กลับมาอีก แล้วถามว่าป้าหนีหนูทำไม ตนจึงตอบกลับไปว่า “ไม่ได้หนี แต่จะไปหาเบอร์โทรศัพท์เพื่อโทรไปหาเจ้าของที่ดินเพื่อที่จะให้ทางเจ้าของที่ดินพาไปดูที่เอง” โดยทางฝ่ายนางโอ๋ ได้บอกกลับมาว่า “ไม่ต้องหรอก จะให้ป้าเป็นคนพาไปแล้วเดี๋ยวพอจะซื้อแล้วจึงค่อยไปพบเจอกับทางเจ้าของที่ดิน” จากนั้นเขาก็ปิดเครื่องโทรศัพท์ไป

นางทองย้อย นิลชัง

โดยคนร้ายมาพบกับตนรวม 3 ครั้งในช่วงเวลา 2 วัน แต่เปลี่ยนรถยนต์มาทุกครั้งถึง 3 คัน โดยครั้งแรกที่เข้ามาในช่วงเที่ยงวานนี้ ได้ใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู และมาครั้งที่สองเมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.30 น.วานนี้ใช้รถยนต์ แบบเอสยูวี (ฟอร์จูนเนอร์) และครั้งที่ 3 เมื่อช่วงเช้าวันนี้ใช้รถยนต์เก๋งโตโยต้าสภาพกลางเก่ากลางใหม่ นางทองย้อย กล่าว