ความพร้อมของกาญจนบุรี ในการรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ

  BOI กับการเพิ่มศักยภาพการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษและการขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย 4.0

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดการสัมมนาในหัวข้อ “BOI กับการเพิ่มศักยภาพการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และการขับเคลื่อนสู่ ประเทศไทย 4.0” ณ ห้องประชุมสังขละบุรี โรงแรมริเวอร์ จ.กาญจนบุรี  โดยมี นายบวรศักดิ์ วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดงานและบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความพร้อมของ จ.กาญจนบุรีในการรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ”

ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) มียุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ (ยุทธศาสตร์ภาคกลาง) แบ่งเป็น 5 แนวทางด้วยกันคือ 1 ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ : Special Econimic Zone) ชายแดน  2.พัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเหมาะกับศักยภาพเชิงพื้นที่  3.ส่งเสริมให้ภาคประชาชนและภาคี มีการพัฒนามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์   4. บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม  5. บริหารจัดการด้านสาธารณสุข แรงงานและความมั่นคง  โดยจังหวัดกาญจนบุรี เขตการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดนเชื่อมโยงกับเมียนมา (ทวาย) และอินเดีย โดยปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนในพื้นที่ SEZ คิดเป็นร้อยละ 90.9 ของมูลค่าการค้าชายแดนรวมของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (รายได้หลักมาจากการค้าน้ำมันปิโตรเลียมจากเมียนมา)

ความก้าวหน้า ด้านการกำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่แล้วเสร็จ ในจังหวัดกาญจนบุรี ในพื้นที่ 2 ตำบล ได้แก่ ต.บ้านเก่า และ ต.แก่งเสี้ยน  พื้นที่รวม 8,193 ไร่ ให้เอกชนเช่า 2,979-0-72 ไร่ โดยกรมธนารักษ์ สรรหาผู้ลงทุนพัฒนาพื้นที่  เอกชนสามารถยื่นเสนอโครงการลงทุนในวันที่ 15 พฤษภาคม 2561  (ล่าสุดมีผู้ยื่นเสนอโครงการลงทุน 14 ราย)  โดยมีเงื่อนไขตามภาพ

การดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่
1. ทางหลวงหมายเลข 367 ทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี ดำเนินการแล้วเสร็จ  2.ทางหลวง 81 บางใหญ่-บ้านโป่ง – กาญจนบุรี  อยู่ระหว่างการก่อสร้าง  แล้วเสร็จ 3.6 % กำหนดเสร็จสิ้นปี 2562  3.กาญจนบุรี – ชายแดนไทย/เมียนมา (บ้านพุน้ำร้อน) อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม แล้วเสร็จมีแผนจะขอรับงบประมาณก่อสร้างปี 2563  4.ด่านศุลกากรพุน้ำร้อนระยะที่ 1 (ก่อสร้างคืบหน้า 5 %)
ส่วนนโยบายของ BOI ในปีนี้  ได้เพิ่มมาตรการส่งเสริมการลงทุนการเกษตรในระดับท้องถิ่นทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และยังเล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากรในประเทศที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จึงเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาเป็นแรงงานในประเทศมากขึ้น โดยผ่านโครงการ Single window for visas and work permits / SMART VISA  เป็นวีซ่าแบบพิเศษเพื่อดึงชาวต่างชาติที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารระดับสูง หรือนักลงทุนเข้ามาทำงานหรือลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยพัฒนาประเทศสู่ “ประเทศไทย 4.0”  ให้สิทธิประโยชน์  1. การออกวีซ่า 4ปี/ครั้ง แต่ไม่เกินเวลาในสัญญาจ้าง ยกเว้นกลุ่ม startup จะได้ 1 ปี ต่อคราวละ 2 ปี  2. ทำงานในกิจการที่รับรองโดยไม่ต้องขอ work permit 3.ขยายเวลารายงานตัวเป็นทุก 1 ปี 4. ไม่ต้องขอ Re-entry Permit 5. คู่สมรสได้รับสิทธิพำนักและทำงานในไทย 6.บุตรได้รับสิทธิพำนักในไทยและสำหรับบุตรผู้ถือ Smart T จะได้รับสิทธิในการทำงานด้วย

อ้างอิง : เอกสารหน้า 25-26 ที่ คุณเฉลิมฉัตร จันอินทร์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี พูดถึง..