กกต.มุกดาหาร ระดมให้ความรู้รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งแก่ประชาชน

มุกดาหาร – เมื่อวันที่17 พ.ค. 61 ที่หอประชุมอำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นางนาตยา ทิพวันต์ ผู้ตรวจการเขตตรวจการที่ 8 พร้อมคณะ เปิดโครงการเผยแพร่ความรู้รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง โดยมีนายอุทิน สุทธิสาร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และมีผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ประมาณ 150 คน

นายอุทิน สุทธิสาร ผอ.กกต.จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ซึ่งขณะนี้เป็นหน้าที่ของ กกต. ออกไปให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชน ในเรื่องของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีหลายอย่างที่แตกต่างจากของเดิม ซึ่งประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศต้องรับรู้ในส่วนนี้ เพื่อเตรียมที่จะเข้าสู่ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ซึ่งจำเป็นที่ประชาชนที่ควรรู้โดยเฉพาะในเรื่องของระบบของรัฐสภา ระบบของ ส.ส. ส.ว. มายังไง และตอนนี้มีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยในแต่ละตำบล จังหวัดมุกดาหารมี 53 ตำบล ซึ่งจะให้ความรู้แก่ผู้นำชุมชน และกรรมการชุมชน เรื่องเหล่านี้ที่จะนำความรู้ไปสู่ประชาชนทุกคนในจังหวัดมุกดาหาร และระดับประเทศอีกด้วย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ และมีอำนาจในการส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชน ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่ประชาชนทราบ เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยการดำเนินการจัดอบรมให้ความรู้รัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งให้แก่ประชาชน คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย ( ชื่อย่อ ศส.ปชต. ) เครือข่ายพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชน ผู้นำชุมชน มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง คณะกรรมการศูนย์ ศส.ปชต. และเครือข่ายมีส่วนร่วมทางการเมืองในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ภายในพื้นที่แต่ละตำบล หมู่บ้าน และเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมให้ความรู้ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ทั้งนี้คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล ( ศส.ปชต. ) เครือข่ายพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย เริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 8 – 24 พฤษภาคม 2561 จำนวน 7 อำเภอ อำเภอ ละ 1 รุ่น รวมผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 700 คน