จับผู้ต้องหายิงนศ.เทคนิคพิษณุโลก มือปืนใช้มีดแทงตัวเองสาหัส

พิษณุโลก ตร.สภ.พรหมพิราม ติดตามจับกุมสองผู้ต้องหาก่อเหตุยิงนศ.วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลกเสียชีวิตได้แล้ว หนีไปที่จ.สิงห์บุรี มือปืนผู้ก่อเหตุสำนึกผิด ที่ยิงคู่อริผิดตัว ใช้มีดแทงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส จนท.คุมตัวที่อยู่ที่รพ.สิงห์บุรี ส่วนคนขี่รถจยย.คุมตัวมาที่สภ.พรหมพิราม พร้อมยึดอาวุธปืนลูกซองและรถจยย.ที่ก่อเหตุได้แล้ว

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ขี่ตามประกบยิงนายวิทวัส  ละมูล อายุ 18 ปี นศ. ปี 1  วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก ขณะขี่รถจักรยานยนต์จากอ.พรหมพิรามกำลังเดินทางกลับที่พักในตัวเมืองพิษณุโลก เหตุเกิด บนถนนพิษณุโลก – พรหมพิราม หมู่ 2 ต.ท่าข้าง อ.พรหมพิราม เมื่อคืนวันที่ 6 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา และตร.พรหมพิราม ได้ขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุ คือ นายเชาวฤทธิ์  ภิญโญยิ่ง อายุ 26 ปี มือปืนที่ลั่นไกสังหาร และ นายอภิเดช  ภูมรินทร์ อายุ 22 ปี คนขับขี่รถจักรยานยนต์ ทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ใน ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องการทะเลาะวิวาทในกลุ่มของวัยรุ่นต่างหมู่บ้านที่เป็นคู่อริกัน แต่มือปืนคิดว่านายนายวิทวัส  ละมูล อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิต เป็นกลุ่มเดียวกันกับคู่อริจึงตัดสินใจยิงปืนใส่ร่างจนเสียชีวิตในที่สุด และผู้ต้องหาได้หลบหนีไป

วันที่ 10 พ.ค.2561 พล.ต.ต.ถาวร  แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยความคืบหน้า ของคดีว่า ชุดสืบสวนสภ.พรหมพิราม ได้เร่งติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด กระทั่งคืนวันที่ 9 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา สามารถติดตามตัวคนร้ายทั้งสองคนได้ในเขตอ.เมืองสิงห์บุรี โดยสืบทราบว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุยิงปืนใส่นศ.จนเสียชีวิต คือ นายเชาวฤทธิ์  ภิญโญยิ่ง   ได้โทรศัพท์มาบอกแม่ตนเองที่พิษณุโลกว่าให้มารับร่างตนด้วย ตนเองสำนึกผิดที่ก่อเหตุยิงคนเสียชีวิต จะฆ่าตัวตาย โดยจนท.ตำรวจพรหมพิราม และสภ.เมืองสิงห์บุรี ได้ติดตามไปจนพบว่า  นายเชาวฤทธิ์ ได้ใช้อาวุธมีดแทงตัวเอง จนได้รับบาดเจ็บ นอนอยู่ริมถนนตรงข้ามวิทยาลัยอาชีวะสิงห์บุรี จากการใช้มีดแทงทำร้ายตัวเอง  จนท.ตำรวจจึงควบคุมตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี หากอาการดีขึ้น จะควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่สภ.พรหมพิราม  ขณะที่ผู้ต้องหาอีกคนที่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ในคืนก่อเหตุคือ นายอภิเดช  ภูมรินทร์ อายุ 22 ปี จนท.ตำรวจก็สามารถติดตามควบคุมตัวมาได้  ขณะนี้ได้คุมตัวมาสอบสวนที่สภ.พรหมพิราม ภ.จว.พิษณุโลกแล้ว เพื่อสอบสวนและส่งฟ้องในในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น และร่วมกันพยายามฆ่า มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต.

ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เผยต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบสวนผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนมือปืนยังไม่ได้สอบสวน แต่จากการรวบรวมพยานหลักฐาน และ อาวุธปืนลูกซอง ที่ตรวจยึดมาได้ หลังจากผู้ต้องหานำไปฝากไว้ที่บ้านเพื่อน และจากการสอบสวนพยานแวดล้อมต่าง ๆ มั่นใจว่าสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ เป็นการก่อเหตุยิงคู่อริผิดตัว ทั้งนี้ จนท.ตร.สภ.พรหมพิราม ได้ติดตามตัวไปจนพบคู่อริตัวจริง ที่มีเรื่องกับผู้ต้องหาทั้งสองรายได้แล้ว และดำเนินคดีกับคู่อริตัวจริงในข้อหามีอาวุธปืนในครอบครองแล้ว