ตำรวจสามควายเผือก จับหนุ่มเพชรฆาตสุกร ควงมีดจี้ชิงทรัพย์ร้านผัดไทย

นครปฐม : หนุ่มเพชฌฆาต รับจ้างชำแหละหมู ตกงานเงินขาดมือ ควงมีดบุกเดี่ยว ร้านผัดไทย “เจ๊ง้อ” ผัดไทยเจ้าอร่อย ใช้มีดจี้ชิงเงินหมื่น สุดท้ายหนีไม่รอด ถูกจับเข้าซังเต เผยประวัติ ก่อคดีในนครปฐมมานับไม่ถ้วน เน้นเหยื่อเป็นแรงงานต่างด้าวชาวพม่า

เมื่อเวลา 16.00 น.(วันที่ 8 มิ.ย.61) ที่สถานีตำรวจภูธรสามควายเผือก อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก ผกก.สภ.สามควายเผือก และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมตัว นายอนุรักษ์ มีทรัพย์มั่น อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 8 ตำบลมาบแค อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ในข้อหา “จี้ชิงทรัพย์” พร้อมของกลาง หมวกกันน็อค และอาวุธมีดพกสั้นปลายแหลม

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 17.20 น. นายอนุรักษ์ ผู้ต้องหา ได้สวมหมวกกันน็อค และใช้ผ้าปิดบังใบหน้า ขับขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินขาว ไม่ติดแผ่นป้านทะเบียน เข้าไปที่ร้านผัดไทย “เจ๊ง้อ” ซึ่งเป็นของนางนฤมล จารุกานนท์ อายุ 72 ปี เจ้าของร้านผัดไทย “เจ้ง้อ” เลขที่ 38 หมู่ 6 ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม ขณะที่นางนฤมลฯ เจ้าของร้าน กำลังนอนพักผ่อนรอลูกค้าอยู่ภายในร้าน

จากนั้น นายอนุรักษ์ฯ ได้แสดงตัวเป็นคนร้าย ใช้อาวุธมีด จำนวน 2 เล่ม ขู่บังคับให้นางนฤมลฯ ส่งเงินมาให้หมด ถ้าไม่ให้จะใช้มีดแทง ด้วยความกลัว นางนฤมลฯ จึงหยิบเงินในถุงใต้หมอนส่งให้นายอนุรักษ์ฯ แต่โดยดี จำนวน 19,400 บาท พร้อมกับบังคับให้ นางนฤมลฯ เดินไปหลังร้าน จะรีบออกมาขับขี่รถ จยย.หลบหนีไป จากการสืบสวนสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สามควายเผือก ทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ คือนายอนุรักษ์ฯ กลบดานอยู่บริเวณใกล้เคียงกับร้านเจ๊ง้อ  จึงได้นำกำลังชุดสืบสวน ไปทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว พร้อมหลักฐานรถจักรยายนต์ หมวกนิรภัย และมีดของกลาง จำนวน 2 เล่ม

ซึ่งนายอนุรักษ์ฯ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่า เดิมทีทำงานอยู่โรงชำแหละสุกร แต่หลังๆ ตกงาน จังหวะที่ร้านผัดไทย “เจ๊ง้อ” อยู่ใกล้บ้าน และเป็นจังหวะ จึงสบโอกาสลงมือก่อเหตุ โดยเงินที่ได้ไปประมาณเกือบ 20,000 บาท บางส่วนก็นำไปใช้หนี้สิน เหลือประมาณ 2,000 บาท

และจากการขยายผล ยังทราบอีกว่า นายอนุรักษ์ฯ ผู้ต้องหารายนี้ ยังเคยก่อเหตุในพื้นที่ สภ.ดอนตูม จังหวัดนครปฐม มาแล้ว ถึง 4 ครั้ง และส่วนใหญ่ จะเน้นเลือกเหยื่อที่เป็นหญิงชาวต่างด้าว (พม่า) ที่มาลำพังเพียงคนเดียวตามถนนหมู่บ้าน เนื่องจากง่าย และไม่สามารถสื่อสารภาษาได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตามจุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

นายพิสิษฐ์  ปานวณิชยกิจ – ข่าว / นายสุรัตการณ์  ปานวณิชยกิจ – ภาพ จ.นครปฐม