พบการระบาด”โรคมือเท้าปาก” ที่ยะลา สสจ.สั่งคัดกรอง ตัดวงจรการระบาด

ยะลาพบเด็กนักเรียน 13 ราย ป่วย “โรคมือเท้าปาก” ในขณะที่ สสจ.ยะลา ส่งทีมสอบสวนโรค รพ.ยะลา ลงพื้นที่คัดกรอง ตัดวงจรการระบาดแล้ว พร้อมขอความร่วมมือ ผู้ปกครอง สังเกตอาการป่วยของบุตรหลาน


เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 เวลา 11.15 น. ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคมือเท้าปาก ในจังหวัดยะลา เพิ่งจะได้รับรายงานเมื่อวาน(11 มิย) ว่า ที่โรงเรียนมานะศึกษา มีนักเรียนต้องสงสัยจะป่วย ทางทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วของโรงพยาบาลยะลา ก็ได้ลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อสอบสวนโรค หลังมีผู้ปกครองแจ้งว่ามีนักเรียนป่วยจำนวน 2 ราย ซึ่งหลังจากทีมสอบสวนโรค เข้าไปตรวจสอบคัดกรอง ก็พบว่ามีเด็กนักเรียนที่เข้าข่ายต้องสงสัย รวม 13 ราย เช่นมีผื่นขึ้น และได้มีการคัดกรองเด็กนักเรียนชั้นบริบาล จนถึงชั้นอนุบาล จำนวน 300 กว่าคน ก็พบว่าเข้าข่ายต้องสงสัยจำนวน 13 รายดังกล่าว ทางทีมงานของโรงพยาบาลยะลา จึงได้แนะนำให้ทางโรงเรียนปิดเรียนในห้องที่เจอเด็กป่วย คือเด็กชั้นบริบาล และชั้นอนุบาล 1/5 และทางผู้บริหารโรงเรียนก็ได้สั่งปิดห้องเรียนทั้ง 2 ห้องนี้ เพื่อทำความสะอาด ตัดวงจรการติดต่อของโรค เนื่องจากโรคนี้ติดต่อกัน ทางเดินอาหาร คือจากน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระ


“ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลยะลา ก็ได้แนะนำให้ผู้ปกครอง และทางโรงเรียน ได้ดำเนินการคัดกรองเด็กทุกวัน โดยสังเกตว่าเด็กคนไหนมีอาการ ก็จะให้เด็กกลับบ้าน ส่วนห้องเรียนใด พบเกิน 2 คน ก็จะปิดห้องดังกล่าว แล้วทำความสะอาด ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมโรค ที่ได้ดำเนินการ สำคัญคือจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ใช้มาตรการ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ เพื่อตัดวงจรของโรค ธรรมชาติของโรคนี้ที่พบในประเทศไทยเจอชนิดที่ไม่รุนแรง จะเป็นไข้ มีแผลในปาก แผลในฝ่ามือ มีตุ่มใสๆที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ซึ่งจะเป็นประมาณ 7 วัน ก็จะหาย อาการก็จะไม่รุนแรง ไข้จะไม่สูงมาก แต่ถ้าพบชนิดที่รุนแรง ก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ แต่ขณะนี้ยังไม่เคยพบการระบาดในประเทศไทยแต่อย่างใด” นายแพทย์สงกรานต์ กล่าว

สาธารณสุขจังหวัดยะลา ยังกล่าวอีกว่า ส่วนของการพบการระบาดในโรงเรียนมานะ นั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการแนะนำให้ดูสถานการณ์ของโรควันต่อวัน ว่าเมื่อดำเนินการเช่นนี้แล้ว โรคหมดไปหรือไม่ ซึ่งหากพบเด็กป่วยเพิ่มมากขึ้น ก็จะประสานผู้บริหารให้พิจารณาวันต่อวัน ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคต แต่หากใช้มาตรการที่ดำเนินการอยู่นี้ ได้ผล ก็ไม่ต้องปิดเรียนแต่อย่างใด ส่วนโรงเรียนอื่นในพื้นที่ยะลา ก็ได้มีการประสานงานคณะครูและผู้บริหารของโรงเรียนทุกแห่งแล้ว ในเฝ้าระวัง ซึ่งจริงๆแล้วโรคนี้ก็จะเกิดอยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว ในช่วงเปิดภาคเรียน