สถานีเรือมุกดาหารจัดพิธีถวายสักการะ เสด็จเตี่ย เนื่องในวัน อาภากร

มุกดาหาร – หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง ( นรข. ) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ จัดงานวันอาภากร พร้อมยิงปืนถวายสักการะจำนวน 9 นัด

วันนี้ (18 พ.ค. ) ที่บริเวณลานหน้าสถานีเรือมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นาวาโท อมรศักดิ์ ชนะศึก หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร นำกำลังพลทำบุญตักบาตร ได้ถวายเครื่องสังเวย อาหาร หวานคาว และร่วมกันบรรเลงเพลงพระราชทาน เดินหน้า ดอกประดู่ ดาบของชาติ และพิธีวางพวงมาลาเพื่อถวายสักการะแด่ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งวันนี้กองทัพเรือได้กำหนดให้เป็นวันอาภากร หรือวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดา ผู้ทรงสถิตสถาพรอยู่ในใจของทหารเรือไทย และประชาชนชาวไทยตลอดมา โดยมีหน่วยงานจากภาครัฐ เอกชน ได้มาร่วมพิธีซึ่งกองทัพเรือได้จัดหมู่ปืนยิงถวายสักการะ จำนวน 9 นัดด้วย

นาวาโท อมรศักดิ์ ชนะศึก หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร กล่าวว่า ในวันนี้ได้ประกอบพิธีเนื่องในวัน “ อาภากร “ โดยในช่วงเช้ามีการทำบุญตักบาตร เสร็จแล้วได้มีการบวงสรวง หลังจากนี้จะเป็นพิธีวางพวงมาลา ถวายสักการะ แด่พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่าน ซึ่งในการนี้หน่วยงานของกองทัพเรือทุกหน่วยงานได้มีการจัดงานเพื่อถวายสักการะแด่พระองค์ พระบิดาแห่งทหารเรือไทย

สำหรับพระประวัติโดยย่อของ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 และสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2446 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2436 ได้เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม มีพระวิริยะอุตสาหะ พระจริยวัตรที่งดงาม เป็นที่รักใคร่ของครู อาจารย์ และเป็นที่ยอมรับของชาวอังกฤษ เมื่อจบการศึกษาได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโทผู้บังคับการ ในตำแหน่งนายธงผู้บัญชาการทหารเรือ
เมื่อปีพุทธศักราช 2448 ทรงดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทรงได้ปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือให้เจริญก้าวหน้า ดังปรากฏทำให้ทหารเรือไทย มีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ สามารถเป็นครูและผู้บังคับบัญชาทหารเรือได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ และเมื่อปี พุทธศักราช 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนช่างกล ไปฝึกภาคต่างประเทศได้ทรงนำเรือและที่ประเทศสิงคโปร์ เปลี่ยนสีเรือจากสีขาวเป็นสีหมอกให้เหมือนเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้กลมกลืนกับลักษณะของสีน้ำทะเลและภูมิประเทศอีกด้วย
นอกจากนี้ พระองค์ท่านยังได้ทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทย รับรักษาประชาชนทั่วไป ด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารี จนได้รับพระสมัญญาว่า “หมอพร” แห่งราชนาวีไทย..
…………………………………..