พิษพายุฤดูร้อนซัดถล่มหนักอ่วมอีกต่อเนื่อง2อำเภอต้นไม้ใหญ่ล้มถนนหลายสายอัมพาต

ชัยภูมิ – ขณะที่บ้านเรือนประชาชนถูกตัดขาดพังอีกนับ 100 หลังคาเรือน ไร้ที่อยู่ตามมาอีกเป็นจำนวนมาก เตือนประชาชนทุกพื้นที่เตรียมรับมือซึ่งจ.ชัยภูมิ ยังต้องเสี่ยงได้รับผลกระทบจากพิษพายุฤดูร้อนในครั้งนี้ต่อไปต่อเนื่องจนถึงต้นสัปดาห์หน้า นายอำเภอทุกพื้นที่เฝ้าระวังเข้ม!

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.45 น.วันที่ 11 พ.ค.61 ขณะที่จ.ชัยภูมิ ยังคงเกิดพายุฤดูร้อน พร้อมลูกเห็บขนาดใหญ่พัดถล่มในหลายพื้นที่ต่อเนื่อง และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง จนล่าสุดในเขตพื้นที่รอยต่อเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ และตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เกิดมีพายุหมุนพัดรุนแรง ทำให้ต้นไม้ใหญ้หลายสิบต้น ที่อยู่ริมข้างทางตลอลช่วงยาวกว่า 1 กิโลเมตร เกิดหักล้มกีดขวางการจราจร ช่วงบริเวณหลัก กม.ที่15-16 บนถนนสายชัยภูมิ- ตาดโตน ทำให้การสัญจรผ่านเส้นทางในจุดนี้ผ่านไม่ได้อัมพาตตลอดทั้งสาย ระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร

ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ พร้อมด้วยจนท.จากการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ช่วยกันระดมกำลังออกตรวจสอบ และ ช่วยกันนำกิ่งไม้ขนาดใหญ่ ออกจากพื้นผิวการจราจร มาต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานหลายชั่วโมงและคาดว่าจะสามารถนำต้นไม้ที่ล้มขวางทางออกได้ทั้งหมดในไม่เกิน 21.00 น.วันนี้

และนอกจากนี้ ในส่วนบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่องเมือง จ.ชัยภูมิ ในอีกหลายสิบหมู่บ้านใกล้เคียง ยังได้รับรายงานเกิดความเสียหายอีกเป็นจำนวนมากกว่า 100 หลังคาเรือน จากแรงพายุครั้งนี้ทั้งในเขตพื้นที่รอยต่ออีกหลายตำบลทั้งที่ต.นาฝาย ,ต.บุ่งคล้า และในส่วนบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายไร้ที่อยู่ล่าสุดยังหนักสุดอยู่ที่ในเขตตำบลห้วยยายจิ๋ว รวมมากกว่า 18 ครอบครัว/หลังคาเรือน ที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ที่ยังคงเกิดมีลมพายุฝนพร้อมลูกเห็บขนาดใหญ่พัดถล่มในหลายพื้นที่ยังสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนขยายวงกว้างอีกเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทางนายณรงค์  วุ่นซิ้ว  ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ สั่งให้นายอำเภอทุกพื้นที่ทั้ง 16 อำเภอ ของจังหวัดชัยภูมิ คอยเฝ้าติดตามสถานการณ์เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างใกล้ชิดและเร่งสำรวจให้ความช่วยเหลือทุกพื้นที่เป็นการด่วนแล้วและฝากเตือนประชาชนทุกพื้นที่เตรียมรับมือที่จ.ชัยภูมิยังต้องเสี่ยงได้รับผลกระทบจากพิษพายุฤดูร้อนครั้งนี้ไปต่อเนื่องจนถึงต้นสัปดาห์หน้านี้ด้วย