ยิงสกัดเดือดเครือข่ายยาบ้า สปป.ลาวทะลักกาฬสินธุ์

กำลังผสม 3 ฝ่าย ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทลายเครือข่ายยาบ้าจาก สปป.ลาว ในพื้นที่เขตรอยต่อเทือกเขาภูพาน อำเภอสมเด็จ โดยเมื่อคืนนี้มีการยิงสกัดรถนักค้ายาบ้าอย่างดุเดือด เพราะหลบหนีสุดท้ายสามารถจับกุม ได้พร้อมของกลางกว่ายาบ้ากว่า สีพันเม็ด ผู้ต้องหา 4 ราย และทำการยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

ความเข้มข้นตามนโยบาย นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดยุทธการฟ้าแดดสงยาง กวาดล้างยาเสพติดในจังหวัด ทวีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่องก่อนหน้าได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาบ้าและนักเสพซึ่งพบทั้ง ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานลูกจ้างทั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและข้าราชการประจำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฉี่สีม่วงและทำการไล่ออกไปแล้วจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2561 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ รักษาศิลป์ ผกก.สภ.สมเด็จ , พ.ต.ท.เอกกฤต กัลยาสนธ์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.สมเด็จ , พ.ต.ท.ภูมิรินทร์ ขามชู สว.สืบสวน สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ , พ.จ.ต.เดชากร จิตจักร์ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอสมเด็จ และ ร.ต.แก้ว งามเลิศ หน.ชุดเฉพาะกิจ กกล.รส.กส.พร้อมกำลังผสมกว่า 50 นาย แถลงผลการจับกุมตัว ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด จำนวน 4 คน สองคนแรกคือ นายพนมหรือ เอ๋ ผารึพล อายุ 51 ปี เลขที่ 112/1 หมู่ที่ 4 ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และ นางนภารัตน์หรือรัตน์ พานิกร อายุ 42 ปี เลขที่ 155 ถ.เทศบาล 23 เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 158 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 22.55 กรัม และทรัพย์สินที่ยึดตาม พ.ร.บ.ยึดทรัพย์ฯ 9 รายการ ประกอบด้วย 1.รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 9240 ขอนแก่น 2.รถยนต์ยี่ห้อนิสันเอมวี ตอนเดียว สีเขียว หมายเลขทะเบียน บย 5634 กาฬสินธุ์ 3.จักรยานยนต์ยี่ห้อ คาวาซากิ สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 4.จักรยานยนต์ยี่ห้อ อายูก้า สีดำ ไม่ติดแผ่านป้ายทะเบียน 5.โทรศัพท์ซัมซุง 1 เครื่อง 6.สร้องคอทองคำหนัก 2 สลึง 1 เส้น 7.แหวนทองคำ 2 สลึง 1 วง 8.แหวนทองคำ 1 สลึง 3 วง และ 9.เงินสดจำนวน 20,000 บาท และ อีกสองคนคือ นายสงคราม สุวรรณสุข อายุ 61 ปี เลขที่ 6 บ้านโคกใหญ่ ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นและนายสถาพร พลเยี่ยม อายุ 25 ปี เลขที่ 273 หมู่ที่ 7 ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3,997 เม็ด และรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิรุ่นไทล์ทัล สีเขียน หมายเลขทะเบียน 1 ฒอ 4305 กทม. 1 คัน

การจับกุมเริ่มขึ้นในช่วงกลางดึก กำลังผสมสามฝ่าย ได้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 352 หมู่ที่ 4 บ้านสมเด็จ ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของกลุ่มผู้ต้องหาที่หนึ่ง คือ นายพนม หรือเอ๋ ผารึพล และ นางนภารัตน์ หรือรัตน์ พานิกร สองผัวเมียอาศัยอยู่อยู่ จากการสืบทราบของสายลับแจ้งว่า บ้านหลังนี้เป็นแหล่งพักยาสพติดแหล่งใหญ่ในเขตอำเภอสมเด็จ โดยกำลังตำรวจ ฝ่ายปกครองและทหารกว่า 50 นาย เข้าทำการตรวจค้นพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในตัวและห้องนอนจำนวน จำนวน 158 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 22.55 กรัม จึงได้ทำการตรวจยึดและยึดทรัพย์สินได้รวม 9 รายการ จากนั้น ทำการขยายผลทราบว่า ยาเสพติดดังกล่าวได้ติดต่อผ่านเอเยนต์ใหญ่ใน สปป.ลาว จึงได้ให้ติดต่อเพื่อทำการล่อซื้อจนเป็ผลสำเร็จ และได้นัดให้มาส่งยาเสพติดที่บริเวณวัดป่าภูนาขาม เขตเทือกเขาภูพาน บ้านหนองไผ่ ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ในเวลา 04.00 น.โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่สอง ประกอบด้วย นายสงคราม สุวรรณสุข และ นายสถาพร พลเยี่ยม ได้ขับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิไทล์ทัล สีเขียน นำยาเสพติดมาส่งตามจุดที่นัดหมาย โดยได้นำมาทิ้งไว้ที่บริเวณเสาไฟหน้าวัด ทันทีที่เข้าหน้าที่ซึ่งได้วางกำลังปิดล้อมไว้เห็น จึงได้แสดงตัว ผู้ต้องหาทั้งสองไหวตัว จึงได้วิ่งขึ้นรถกระบะคันดังกล่าวหลบหนีออกไป โดยได้มุ่งหน้าเข้าไปในตัวอำเภอสมเด็จ แต่เนื่องจากไม่ชินทางจึงได้ขับวนกลับไปมาในเขตอำเภอ และทำการซิ่งแหกด่าน กำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งทำการปิดล้อมได้วิทยุสกัด แต่คนร้ายก็ยังขับหลบหนี จนเมื่อเจ้าหน้าที่ขับเข้าประชิดตัวรถจึงได้ทำการยิงสกัดเข้าที่บริเวณล้อรถด้านหน้าขวา ยางระเบิดเสียงดังก่อนที่คนร้ายจะยอมมอบตัวและถูกจับกุมได้ที่บนถนนบ้านโคกใส หมู่ที่ 5 ต.โนนแหลมทอง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

ด้านพ.ต.อ.ทวีศักดิ์ รักษาศิลป์ ผกก.สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเครือข่ายของเอเยนต์ยาบ้าที่ สปป.ลาว ซึ่งชัดเจนว่าเครือข่ายทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะกรณีนี้ในจุดพักยาเริ่มกระจายออกจากพื้นที่กลายเป็นอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงจังหวัดกาฬสินธุ์ จากผลการกดดันกวาดล้างตามนโยบายของ นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเปิดยุทธการฟ้าแดดสงยาง และในขณะนี้ผลการดำเนินงานทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและแจ้งเบาะแสเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตำรวจก็จะดำเนินการกวาดล้างอย่างเต็มที่

ด้าน นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ยุทธการฟ้าแดดสงยาง ขณะนี้ครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ ทุกหน่วยงานทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและข้าราชการทุกส่วนได้ทำการตรวจปัสสาวะ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานลูกจ้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและทำการไล่ออกไปแล้กว่า 98 คน สิ่งที่ทำนั้นคือความจริง ที่ว่ามีการระบาดของยาบ้าในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวนมาก สิ่งที่ทางราชการคาดหวังนั้นคือประชาชนต้องให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแส ซึ่งแนวทางนี้ ในส่วนของจังหวัด รวมถึง ทหาร ตำรวจ จะทำงานในการกวาดล้างอย่างเต็มที่เพียงแต่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือและร่วมกันต่อต้านยาเสพติด

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า และยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมทั้งยังคงทำการขยายผลต่อไป