“ศรีสุวรรณ” ยื่นหนังสือจี้รัฐปราบมาเฟียซอย อสมท. – คนในพื้นที่งดตอบปมมาเฟีย

ศรีสุวรรณ จรรยา เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล จี้ปราบปรามมาเฟียเรียกเก็บเงินพ่อค้า แม่ค้า วินมอเตอร์ไซต์รับจ้าง ในพื้นที่ซอย อสมท. ขณะที่พ่อค้า แม่ค้า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ซอย อสมท. ขอปิดปากเงียบ ไม่พูดถึงประเด็นดังกล่าว

วันนี้ (11 มิ.ย.61) เมื่อเวลา 10:30 น. ที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีปราบปรามผู้มีอิทธิพล หลังจากได้รับรายงานจากประชาชนในพื้นที่ซอย อสมท. ว่ามีชายฉกรรจ์อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของพื้นที่เรียกค่าคุ้มครองกับพ่อค้า แม่ค้า กลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ใช้พื้นที่ในซอยเป็นที่ตั้งในการค้าขายหรือตั้งวินมอเตอร์ไซต์รับจ้าง โดยชายฉกรรจ์มีการเรียกเก็บเงินพ่อค้าแม่ค้าวันละ 600 บาท และค่าตั้งวินมอเตอร์ไซต์รับจ้างเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินแต่อย่างใด

นายศรีสุวรรณ จรรยา เปิดเผยว่า “สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นซอยหมู่บ้านจัดสรร ก่อสร้างมานานกว่า 30 ปี โดยเจ้าของหมู่บ้านได้เปิดให้ใช้ประโยชน์ ซึ่งมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาความสะอาด ค่าเก็บขยะ ค่ากวาดถนน และค่าภาษีที่ต้องจ่ายให้สำนักงานเขตห้วยขวาง แต่กลับพบว่า มีชายฉกรรจ์มาเรียกเก็บเงิน”

“ทั้งนี้ มองว่าเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่13/2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประการที่เป็นอันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงมายื่นหนังสือเรียกร้องขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมทั้งจัดระเบียบพื้นที่ให้ผู้ประกอบกิจการและวินมอเตอร์ไซด์สามารถใช้พื้นที่ประกอบอาชีพได้ตามกฎหมาย รวมไปถึงให้ดำเนินการสอบสวนและลงโทษฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตห้วยขวาง ตำรวจ และทหารที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ดังกล่าว ฐานปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลมาข่มขู่คุกคามชาวบ้าน”

ขณะเดียวกัน วันนี้ เมื่อเวลา 13:00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว 77 ข่าวเด็ด ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณซอย อสมท. หลังจากที่มีข่าวมาเฟียซอย อสมท. เผยแพร่ออกมาผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งพบรถทหารสัญจรมาในพื้นที่ดังกล่าว 1 คัน แต่ไม่ความผิดปกติในพื้นที่ดังกล่าว ขณะเดียวกัน จากการสอบถามพ่อค้า แม่ค้า และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ถึงประเด็นดังกล่าวนั้น พ่อค้า แม่ค้า และเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ข้อมูลหรือรายละเอียดอะไรมากเกี่ยวประเด็นนี้