สคบ. เตือน! ระวังกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฯ ข่มขู่-ยึดสินค้า-รีดไถเงิน

สคบ. เตือนประชาชนระวังกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ข่มขู่-ยึดสินค้า-รีดไถเงิน แจงการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ สคบ. จะมีหนังสือแจ้งให้รับทราบล่วงหน้า

วันนี้ (18 พ.ค.61) เมื่อเวลา 11:00 น. ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถ.แจ้งวัฒนะ พล.ต.ต. ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วย นายฐิตินันท์ สิงหา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก และ นายเลิศศักดิ์ รักธรรม นิติกรชำนาญการพิเศษ ร่วมแถลงข่าว จากกรณีที่พบบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. เข้ามาทำทีว่าเป็นการลงพื้นที่ตรวจสินค้า อุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านเครื่องเสียง และร้านค้าอื่นๆ ในพื้นที่ จ.สระบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ตาก พิษณุโลก และอุตรดิถต์ ฯลฯ โดยเข้าไปยึดสินค้าจำนวนหลายรายการ พร้อมแจ้งว่าสินค้าดังกล่าวผิดกฎหมาย พร้อมข่มขู่ให้ผู้เสียหายเสียค่าปรับจำนวนกว่า 1 แสนบาท พร้อมเชิญตัวผู้เสียหายไปพูดคุยหว่านล้อม โดยเรียกเงินเป็นจำนวนมากเพื่อแลกกับที่ไม่ต้องถูกดำเนินคดี

โดยเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทาง สคบ. ขอชี้แจงการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ สคบ. ในการลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้า ดังนี้ (1.) การลงพื้นที่ตรวจสอบทุกครั้ง ทาง สคบ. จะมีหนังสือแจ้งกับทางร้านให้ทราบล่วงหน้า หรือมีหนังสือที่เจ้าหน้าที่จะนำไปแสดงต่อร้านค้าอย่างเป็นทางการทุกครั้ง (2.) เจ้าหน้าที่ สคบ. จะแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง (3.) เจ้าหน้าที่ สคบ. จะสวมเครื่องแบบชุดปฏิบัติการสีน้ำเงินเข้ม มีป้ายชื่อเจ้าหน้าที่และสำนักงานฯ อย่างเห็นได้ชัด (4.) ในการตรวจสอบฉลากสินค้าทุกครั้ง ทาง สคบ. จะมีเอกสารบันทึกผลการตรวจ ซึ่งจะแจ้งว่าสินค้าชิ้นใดมีการจัดทำฉลากถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ซึ่งจะแจ้งให้ผู้ประกอบการธุรกิจ ร้านค้า ลงนามในเอกสารเพื่อรับทราบทุกครั้ง และ (5.) กรณีมีการจัดทำฉลากสินค้าที่ไม่ถูกต้อง ทาง สคบ. จะมีหนังสือเชิญผู้ประกอบการธุรกิจเข้ามาชี้แจงที่ สคบ. เพื่อทำความเข้าใจและแก้ไขให้ถูกต้อง หรือพิจารณาเสนอคณะอนุกรรมการ เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับต่อไป”

พร้อมกันนี้ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทาง สคบ. ขอยืนยันว่า ในการตรวจสอบฉลากสินค้าทุกครั้ง ทาง สคบ. จะไม่มีการยึดหรืออายัดสินค้า ยกเว้นเป็นสินค้าที่เป็นสินค้าอันตรายที่มีคำสั่งห้ามจำหน่าย หรือสงสัยว่าอาจเป็นอันตราย ซึ่งจะจัดเก็บสินค้าไปเพียงบางส่วนเท่านั้น พร้อมย้ำว่าทาง สคบ. จะไม่มีการเปรียบเทียบปรับหรือเรียกเก็บเงินใดๆ จากผู้ประกอบการธุรกิจ ร้านค้า อย่างไรก็ตาม หากประชาชนท่านใดพบเห็นเหตุการณ์การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. หรือกระทำการข่มขู่ เรียกเก็บเงิน ฯลฯ สามารถแจ้งเบาะแสมาทาง สคบ. โดยถ่ายภาพและคลิปวีดิโอไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งให้ทาง สคบ. ทราบผ่านสายด่วน สคบ. 1166 หรือเว็บไซต์ www.ocpb.go.th

สคบ.