สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงพื้นที่พบประชาชน

อ่างทอง-ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองพร้อมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงพื้นที่พบประชาชน และติดตามผลการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการ ไทยนิยม ยั่งยืน จังหวัดอ่างทอง

พลเอก โปฎก บุนนาค ประธานอนุกรรมการจัดโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชนตามวิถีไทยไทยนิยม ยั่งยืน จังหวัดลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางมาติดตามผลการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลราชสถิตย์ หมู่ที่ 4 ตำบลโรงม้า อำเภอไชโย พร้อมพบปะให้กำลังใจประชาชนส่วนราชการ รวมทั้งสอบถามประเด็นปัญหา อุปสรรคของการดำเนินโครงการฯ และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการขับเคลื่อนโครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน”

นายวีร์รวุทธ์  ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย นายรัฐฐะ  สิริธรังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าที่ร้อยโท อรรถชล  ทรัพย์ทวี นายอำเภอไชโย พันตำรวจโท เฉลียว  แดงยิ้ม สารวัตรเกษไชโย และนายจิรทีป  ทวีสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชสถิตย์  ได้ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปผลการขับเคลื่อนนโยบายไทยนิยม ยั่งยืน ของจังหวัดอ่างทอง จากการจัดเวทีประชาคม 3 ครั้งที่ผ่านมา โดยจังหวัดอ่างทองแบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 73 ตำบล 513 หมู่บ้าน โดยอำเภอทั้ง 7 อำเภอได้มีผลดำเนินการโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ตามแนวทางที่รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยกำหนด ครบทุกหมู่บ้านแล้ว

ขณะนี้จังหวัดอ่างทองอยู่ระหว่างดำเนินการจัดเวทีครั้งที่ 4 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับเทคโนโลยี ให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องผ่านโครงการสำคัญ บูรณาการดำเนินงานของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ติดตามขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาความต้องการของหมู่บ้าน/ชุมชน และประชาชาสัมพันธ์มาตรการเกี่ยวกับการส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพดี และมาตรการช่วยเหลือชาวนาของรัฐบาล ผลการดำเนินงานการจัดประชาคมหมู่บ้าน/ชุมชน ครั้งที่ 4 ดำเนินการแล้ว 306 หมู่บ้าน/ชุมชน คิดเป็นร้อยละ 26 ของจำนวนทั้งหมด 513 หมู่บ้าน/ชุมชน จากนั้นคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่ศาลาประจำหมู่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านน้ำวน ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน เพราะพื้นที่ดังกล่าวถ้าหน้าน้ำจะเป็นจุดแรกที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จากนั้นจึงเดินทางกลับ