สสจ.ระนอง ตั้งวอร์รูมรับมือไข้เลือดออกระบาดหนักในพื้นที่

สสจ.ระนอง ตั้งวอร์รูมรับมือไข้เลือดออกระบาดหนักในพื้นที่

ระนอง-สสจ.ระนอง จัดตั้งวอร์รูมรับมือการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในพั้นที่ ที่ยังพบแนวโน้มการแพร่ระบาดสูงอย่างต่อเนื่องหลังย่างเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมให้ทุกโรงพยาบาลตั้งจุดคัดกรองแยกผู้ป่วยต้องสงสัยออกจากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป

นพ.นรเทพ อัศวะพัชระ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง (สสจ.ระนอง) เปิดเผยว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนองได้จัดตั้งวอร์รูมขึ้นที่สำนักงานเพื่อเป็นศูนย์สั่งการ ประสานงาน รวมจัดทั้งการทำฐานข้อมูลต่างๆ ในการรับมือกับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกที่ระบาดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.ระนองล่าสุดพบผู้ป่วยแล้วจำนวน 105 คน คิดเป็นสูงสุดอัดดับ 6 ของประเทศเมื่อเทียบจากประชากร 55.75 : แสนคน โดยพื้นที่ที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ อ.เมืองระนอง 53 ราย อ.กระบุรี 37 รายอ.สุขสำราญ 19 ราย อ.กะเปอร์ 5 ราย และอ.ละอุ่น 2 ราย โดยสถานการณ์และแนวโน้มของโรคคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากขณะนี้ จ.ระนองย่างเข้าสู่หน้าฝนทำให้มีแหล่งน้ำท่วมขังและเกิดลูกน้ำยุงลายและยุงลายตัวเต็มวัยจำนวนมาก
มาตรการการสถกัดกั้นการแพร่ระบาดในขณะนี้เริ่มจากการระดม จนท.,อุปกรณ์ เครื่องฉีดพ่นสารเคมี จากนั้นมีการระดมฉีดพ่นในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือพื้นที่ที่พบผู้ป่วยเพื่อทำลายยุงลายตัวเต็มวัยที่เป็นพาหะ จากนั้นได้ขอความร่วมมือจากประชาชนในทุกพื้นที่ให้ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย โดยการคว่ำภาชนะข้างบ้านและนำทรายอะเบทไป่ใส่ในจุดที่มีน้ำท่วมขัง โดยคาดว่าการระบาดจะรุนแรงอีกระยะช่วงย่างเข้าฤดูฝนและจะค่อยๆลดลง ส่วนโรงพยาบาลในขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลตั้งจุดคัดกรองเพื่อทำการคัดกรองผู้ป่วยทั่วไปกับผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อโรคไข้เลือดออกเพื่อจะได้ดำเนินการตรวจรักษาตามขั้นตอนต่อไป
นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้กำหนดให้โรคไข้เลือดออกเป็นวาระของจังหวัดที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันสกัดกั้นและหยุดการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว รวมถึงขั้นตอนการดูแลรักษาผู้ป่วยที่จะต้องไม่มีผู้เสียชีวิต โดยผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องดำเนินการ1.ทุกภาคส่วนจะต้องดำเนินการควบคุมโรคไข้เลือดออกร่วมกัน2.ประชาชนทุกบ้านจะต้องออกมาร่วมกันจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งในบ้านและนอกบ้านของตนเอง 3.ทุกบ้านจะต้องไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายที่มียุงเป็นพาหะของโรค
4.ต้องมีการกำจัดยุงตัวแก่ที่เป็นพาหะนำโรค 5. ต้องมีการสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนรับรู้เพื่อป้องกันตนเองได้ให้รอดจากโรคไข้เลือดออก