อาลัย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ จากดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี

101

การจากไปของดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ที่ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 68 ปี เนื่องจากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในช่วงบ่ายวันที่ 30 พ.ย. ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้เขียนในเฟชบุ้คส่วนตัวว่า เป็นการจากไปที่กะทันหันมากสำหรับ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะที่เป็นเลขาธิการอาเซียนที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เมื่อปี 2531 ที่ผมได้รับเกียรติแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมได้แต่งตั้งให้ ดร.สุรินทร์ เป็นเลขานุการคนแรกของผม  ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ดร.สุรินทร์นั้นเป็นคนที่มีคุณภาพสูงมาก มีความรอบรู้ทั้งในด้านรัฐศาสตร์ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และยังเป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่ได้รับเกียรติในการถูกเชิญไปเป็นที่ปรึกษาของสมาชิกรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา เมื่อตอนที่ท่านเพิ่งจบ ดร. ออกมาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดใหม่ๆ ทำให้พูดได้เลยว่า ดร.สุรินทร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบรัฐสภา  ความเห็นของ ดร.สุรินทร์ มีประโยชน์เป็นอย่างมากเมื่อตอนที่ผมพยายามเขียนหนังสือ “มารยาททางการเมืองกับกฏหมายรัฐธรรมนูญ” ผมขอแสดงความซาบซึ้งและรู้สึกขอบคุณอีกครั้งหนึ่งในที่นี้

“เป็นการจากไปที่กะทันหันมากสำหรับ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะที่เป็นเลขาธิการอาเซียนที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา” 

นอกเหนือจากความรอบรู้ทางวิชาการแล้ว  ความสามารถด้านภาษาและความเชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมของ ดร.สุรินทร์ นั้นยังมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก  ในช่วงที่เป็นที่ปรึกษาของ congress woman ของสหรัฐอเมริกานั้น ก็ได้รับความไว้ใจให้ดูแลการเขียน speech เพราะเป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้สละสลวยไม่ด้อยไปกว่าเจ้าของภาษาเลย  และในตอนที่เป็นเลขานุการของผม  มีหลายๆ ครั้งที่ ดร.สุรินทร์ ทำให้ชาวอาหรับทึ่งในความสามารถในการสื่อสารเป็นภาษาอาหรับ จนมีคำชมว่าพูดได้เพราะพริ้งกว่าชาวอาหรับพูดเองซะอีก เมื่อปีที่แล้ว ปี 2559 เมื่อ ดร.สุรินทร์มาขอลาไปเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ผมก็แสดงความยินดีด้วยและอวยพรให้น้องได้นำความรู้ไปปลูกฝัง เพิ่มพูน บุคลากรที่จะมาเป็นความหวังของโลกต่อไป  ไม่นึกเลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ

ผมขอแสดงความเสียใจให้กับโลกและประเทศไทยที่ต้องสูญเสียทรัพยากรที่มีคุณค่าอันสูงยิ่งไปอีกคนหนึ่ง  และผมขอร่วมแบ่งปันความเสียใจกับครอบครัวพิศสุวรรณ เพราะผมถือว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน  แต่ในความเศร้าเสียใจนี้ ผมขอขอบคุณดร.สุรินทร์ และภรรยาที่ฟูมฟักเลี้ยงดูลูกๆ ให้ออกมาเป็นคนดีและคนเก่งไม่ได้ด้อยไปกว่าพ่อเลย และผมมั่นใจว่าผลงานชิ้นโบว์แดงของครอบครัวพิศสุวรรณจะสามารถสานต่อผลงานของพ่อ เป็นความหวังของประเทศชาติในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ด้วยความอาลัย

ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี

30 พฤศจิกายน 2560

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1816304591744122&id=650897501618176