จี้นายกฯ จัดการมาเฟียซอย อสมท.

อสมท.

กทม.-ศรีสุวรรณ จรรยา และชาวชุมชนเข้ายื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีสั่งการปราบมาเฟีย ในซ.อสมท.ถนนพระราม 9 หลังมีพฤติกรรมเรียกเก็บค่าคุมครองจากพ่อค้า แม่ค้า และวินมอเตอร์ไซค์มานาน หลังเจ้าของโครงการยื้อไม่ยอมโอนทรัพย์สินส่วนกลางเป็นพื้นที่สาธารณะแม้ศาลฯจะสั่งแล้ว

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในซอย อสมท.หรือซอยทวีมิตร 7ทางเข้า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ และองค์การสื่อมวลชนมวลแห่งประเทศไทย หรืออสมท.และสถานีโทรทัศน์ช่อง9 ถนนพระราม 9 ว่า ได้มีชายฉกรรจ์มาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของซอย และเรียกค่าคุ้มครองหากชาวบ้านจะใช้ซอยดังกล่าวเป็นที่ตั้งในการค้าขาย และวินมอเตอร์ไชด์รับจ้าง โดยมีการเรียกเก็บค่าแผงค้าหรือแผงค้าหน้าบ้านอาคารพาณิชย์วันละ 600 บาท/วัน เรียกเก็บค่าวินมอเตอร์ไชด์รับจ้างเดือนละ 30,000 บาทโดยไม่มีใบเสร็จใด ๆ ให้ทั้งสิ้น หากไม่จ่ายก็จะให้ชายฉกรรจ์มาเดินข่มขู่ไล่ไม่ให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นการสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนเป็นอย่างมาก และไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเหตุนี้ในพื้นที่ใจกลาง กทม. และอยู่หน้าสำนักข่าวใหญ่ของประเทศ

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าพื้นที่ซอยดังกล่าวชาวเป็นซอยหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งเอกชนได้ก่อสร้างมากว่า 30 ปีแล้วและเจ้าของหมู่บ้านได้ให้พ่อค้า-แม่ค้า และวินมอเตอร์ไซด์ใช้ประโยชน์กันเรื่อยมาโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาความสะอาด ค่าเก็บขยะ ค่ากวาดถนนและค่าภาษีที่ต้องจ่ายให้สำนักงานเขตห้วยขวางเท่านั้น ต่อมาได้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านทวีมิตรขึ้นมา แต่เอกชนผู้สร้างหมู่บ้านยังไม่ยอมโอนที่ดินและสิทธิ์ให้ ทำให้กทม.ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการกับซอยดังกล่าวเพื่อซ่อมผิวจราจรหรือยกระดับพื้นผิวถนนให้สูงขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากไม่ใช้ที่สาธารณะ จนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทวีมิตรต้องนำความไปฟ้องศาล

ต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเป็นคดีแดงที่ 2282/2558 ลงวันที่ 29 กันยายน 2558 ให้สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาห้วยขวาง จดทะเบียนโอนทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภค (ถนน ระบบไฟฟ้า ประปา และท่อระบายน้ำ) ให้แก่นิติบุคคล และให้เจ้าของหมู่บ้านจัดสรรกับพวกร่วมกันจัดทำสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะให้เป็นไปตามแผนผังโครงการฯตาม พรบ.จัดสรรที่ดิน 2543 ภายใน 60 วัน แต่ทว่าจนบัดนี้กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นตามคำพิพากษาของศาล แต่กลับมีชายฉกรรจ์อ้างสิทธิเหนือพื้นที่ซอยดังกล่าวมาเรียกค่าคุ้มครองต่อพ่อค้า-แม่ค้าและชาววินมอเตอร์ไซด์

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยให้ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองบูรณาการร่วมกัน ซึ่งก่อนหน้านั้นนายกรัฐมนตรีเคยมีคำสั่งที่ 324/2558 ให้ตั้งคณะกรรมการบูรณาการปราบปรามผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นขึ้นมา โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นประธาน และผบ.ตร.ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงว่าได้จัดการกับผู้มีอิทธิพลได้เกือบหมดไปแล้ว แต่กรณีที่เกิดขึ้นในซอย อสมท. ถนนพระราม 9 ใจกลางกรุงเทพมหานครนี้ จึงเป็นดรรชนีชี้วัดได้ว่าความจริงนั้นคืออะไร

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ สมาคมฯและชาวบ้านจึงจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน อาคารตึก กพร.เดิม ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ถ.พิษณุโลก กทม.เพื่อขอให้นายกฯสั่งการอย่างใด ๆ เพื่อปราบผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้ให้หมดไปจากซอย อสมท.เสีย และให้เอาผิด ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่ปล่อยปละละเลยปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลย่ามใจมาสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวด้วย