เกษตรกรนำสับปะรดมาแปรรูปสร้างรายได้เสริม หลังผลผลิตล้นตลาดและราคาถูก

47

           ในวันนี้(14 มิ.ย. 61)   นายภคพัส   ส่งวัฒนายุทธ   นายอำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี  ได้มาตรวจเยี่ยมการทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพันจันทร์หวานละมุน ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 11 ต.หนองพันจันทร์ อ.บ้านคา  ซึ่งมีการนำสับปะรดมาอาหารแปรรูป เป็นสับปะรดกวน  น้ำสับปรด  ลูกหยีสับปะรดและน้ำสับปะรด  เพื่อเป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากการขายสับปะรดผลสด   และเป็นการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง  หลังเกษตรกรที่ปลูกสับปะรดในพื้นที่อ.บ้านคา  กว่า 80,000 ไร่  ต้องประสบปัญหาสับปะรดล้นตลาดส่งผลให้ราคาตกต่ำ   

 

    ด้านนายประสิทธิ์  ตรึมเลา อายุ 44 ปี ที่ปรึกษากลุ่มหวานละมุน กล่าวถึงการแปรรูปสับปะรดหลากหลายเมนูของกลุ่มว่า   ได้มีมติให้รวมกลุ่มนำสับปะรดมาแปรรูป   ส่งจำหน่ายหลายแห่ง ทั้งในชุมชน และส่งกรุงเทพฯ  ซึ่งเป็นผลผลิตที่สุกงอมไม่ได้คุณภาพนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยรายได้ที่เกิดขึ้นจะมีการจัดสรรปันส่วนให้แก่สมาชิกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  ส่วนหนึ่งเก็บไว้ให้ค่ากระแสไฟฟ้า  ส่วนหนึ่งเก็บไว้เป็นค่าบำรุงกลุ่มด้วย  และทางกลุ่มอยากขอให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเรื่องการติดต่อตลาดจำหน่ายสินค้า เนื่องจากการส่งจำหน่ายยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร  ขณะที่ผลิตภัณฑ์ของชุมชนมีอยู่ในปริมาณมาก     

    นอกจากนี้เกษตรกรที่ปลูกสับปะรดยังนำสับปะรดมาแปรรูปเป็นขนมหลากหลายแบบเมนูน่ารับประทาน เช่น ซาลาเปาไส้สับปะรด  คุ๊กกี้สับปะรด ขนมเปี๊ยะกุหลาบไส้สับปะรด  มัฟฟิ่นสับปะรด ขนมเปี๊ยะสติ๊กไส้สับปะรด น้ำสับปะรดคั้นสด สบู่เหลวและสบู่ก้อน ยาสระผม ที่ทำจากสับปะรด มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ชิ้นละ 10 – 60 บาท ซึ่งจะได้ช่วยเสริมรายได้อีกช่องทาง  นอกเหนือจากการขายสับปะรดผลสด และสับปะรดส่งโรงงานที่กำลังประสบปัญหาล้นตลาดราคาตกต่ำกลายเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

      โดยนายภคพัส  ส่งวัฒนายุทธ  นายอำเภอบ้านคา เปิดเผยแนวทางการช่วยเหลือว่า ขณะนี้เป็นช่วงฤดูกาลที่สับปะรดมีผลผลิตออกมาก ทำให้ต้องมีการรวมกลุ่มเกษตรกรนำสับปะรดมาแปรรูปเป็นสินค้า และขนม รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ  เป็นการระบายผลผลิต และยังเป็นนโยบายของนายชยาวุธ  จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมอาชีพ ให้มีการแปรรูป พร้อมทั้งแจ้งไปยังหน่วยงานราชการต่าง ๆหากจะมีการจัดประชุมส่วนราชการแต่ละท้องที่นั้น ก็ให้ร่วมกันสนับสนุนนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดมาจัดเบรกเป็นอาหารว่าง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

     ส่วนอีกแนวทางได้ประสานกับปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. รวม  11 แห่ง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ไปขอความอนุเคราะห์สถานที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตสับปะรดและแปรรูปไปวางจำหน่าย เพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้แก่เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น  นักท่องเที่ยว และผู้บริโภคที่สนใจสามารถไปเลือกซื้อสินค้า ผลผลิตจากสับปะรดได้ที่ปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ริมถนนเพชรเกษม และริมถนนพระราม 2 ในพื้นที่ดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มให้เกษตรกรนำผลผลิตต่างๆไปวางจำหน่ายในวันที่ 16  มิถุนายนนี้