เรียกกองทุนฟื้นฟูฯเคลียร์ทวงหนี้เกษตรกรนับล้าน เหรัญญิกฯรับนำเอกสารไปกู้จริง “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม”นำทีมเก็บข้อมูล

361

เพชรบูรณ์-ศูนย์ดำรงธรรมฯเขาค้อเรียกกองทุนฟื้นฟูฯ เคลียร์ทวงหนี้สินเกษตรกรนับล้าน เหรัญญิกกองทุนฯยอมรับกลางที่ประชุมนำเอกสารเกษตรกรไปกู้ยืมจริงแต่ใช้หนี้คืนหมดแล้ว ด้าน “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม”นำทีมงานเก็บข้อมูลขยายผลเชื่อยังมีที่อื่นอีก

เวลา 10.00 น.วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอเขาค้อ, พ.ท.เกียรติอุดม นาดี ผบ.ม.พัน 28 ได้เชิญเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) ตำบลแคมป์สน อ.เขาค้อ พร้อมนางกันยาวีร์ สุรางคพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานกองทุน กฟก.สาขาเพชรบูรณ์ และ นางเมธาภรณ์ ชวาลสันตติ เหรัญญิกกองทุนฟื้นฟูฯหมู่บ้านดงหลงเข้าร่วมให้ข้อมูล หลังกลุ่มเกษตรกรเข้าร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ โดยตกเป็นหนี้กองทุนฯนับล้านบาททั้งที่ไม่เคยทำเรื่องกู้ยืมเงิน  โดยมีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายยุพราช บัวอินทร์ สองอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมงาน เข้าร่วมรับฟังเพื่อเก็บข้อมูล นอกจากนี้ยังมีนายวินชัย เสมาทอง ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติพร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ในการประชุมดังกล่าวนายปกรณ์และพ.ท.เกียรติอุดม ชี้แจงถึงสาเหตุในการเชิญทั้งสองฝ่ายมาให้ข้อมูล เพื่อต้องการความชัดเจนเกษตรกรตกเป็นหนี้สินกองทุนฯไม่ได้เคยกู้ยืม ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องมีการทุจริตหรือไม่จะมีคณะกรรมการระดับจังหวัดฯดำเนินการ โดยนางกันยาวีร์ชี้แจงถึงระเบียบการกู้เงินของกองทุนฯ โดยเลี่ยงที่จะตอบข้อถามถึงเอกสารแผนใช้คืนหนี้กองทุนฯ ที่มีการนำไปให้เกษตรกรช่วยรับสภาพหนี้จนเรื่องแดง ส่วนนางเมธาภรณ์ยอมรับกลางที่ประชุมว่า นำเอกสารของกลุ่มเกษตรกรกลุ่มนี้ไปกู้ยืมเงินกองทุนฯจริงโดยไม่ได้แจ้งบอก เพราะต้องการเงินไปปรับปรุงสวนยางพารา แต่ได้นำเงินไปปิดบัญชีให้แก่เกษตรกรเหล่านี้หมดเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีเกษตรกรมีหนี้สินตกค้าง ส่วนเกษตรกรที่เหลืออีก 4 รายที่ยังมีหนี้สินติดค้างกองทุนฯ โดยยังไม่ได้ถูกปิดบัญชีให้เพราะเป็นอีกกลุ่ม

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้ให้นางกันยาวีร์ออกหนังสือรับรองเกษตรกรดังกล่าวว่า ไม่มีหนี้สินติดค้างทางกองทุน ส่วนเกษตรกรซึ่งได้รับเงินจากนางเมธาภรณ์รายละ 5000 บาท โดยเข้าใจว่าเป็นเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนฯ แต่ไม่เคยมีการทำสัญญากู้ยืมเงินแต่อย่างใดนั้น ที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่ต่างทยอยใช้คืนหนี้จนเกือบหมดแล้ว ซึ่งในส่วนนี้เกษตรกรยอมรับยังจะใช้คืนส่วนเหลือพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อไป โดยการประชุมดังกล่าวใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอเขาค้อ กล่าวภายหลังปิดการประชุมว่า การประชุมหารือไกล่เกลี่ยในวันนี้ได้ข้อสรุปโดยชาวบ้านไม่ได้เป็นหนี้แล้ว ส่วนขั้นตอนขบวนการต่างๆทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมา เพื่อจะได้ดูหรือพิสูจน์กันว่า มีการกระทำถูกหรือผิดกันอย่างไร แต่ในส่วนของชาวบ้านของชาวบ้านได้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว

ด้านนางเมธาภรณ์ ชวาลสันตติ ให้สัมภาษณ์ว่า ชาวบ้านเข้าใจแล้วว่าเราใช้หนี้ให้หมดทุกคน และคอยหน้งสือทางกองทุนฯแจ้งมาว่า เขาไม่ได้เป็นหนี้ต่อไปเขาพอใจแค่นี้ ซึ่งเอกสารที่เก็บมาก็จะมาทำเรื่องกู้ให้แก่เกษตรกรที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยเฉพาะการกู้แบบกลุ่มเพราะไม่มีเอกสาร ซึ่งธ.ก.ส.ก็ไม่ยอมปล่อย แต่เมื่อถามว่าเกษตรกรร้องว่าไม่เคยยินยอมให้เอาชื่อทำเรื่องกู้ยืม นางเมธาภรณ์กล่าวย้ำว่า “ไม่มีหรอกหากไม่ยินยอมเขาคงไม่เอามาชื่อและเอกสารมาให้ฉัน”

ในขณะที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ๆก็มีการแอบอ้างชื่อเกษตรไปเป็นหนี้ แล้วสร้างหลักฐานให้เป็นหนี้เสีย และมีการส่งหนี้ไปให้กองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งหนี้เหล่านี้กองทุนฟื้นฟูโดยรัฐบาลจะรับภาระชำระหนี้เสียให้ 50% แล้วอยู่ๆมาแจ้งเกษตรกรให้รับภาระหนี้ วันนี้เกษตรกรอุ่นใจได้ว่าปัญหาเรื่องนี้มีการเคลียร์กันให้ ทุกอย่างต้องจบเกษตรกรต้องไม่เป็นหนี้ แต่ปัญหาก็คือขบวนการที่ไม่ชอบมาพากลต้องดำเนินการต่อ เพราะว่ารัฐเกิดความเสียหายแน่นอนของยอด 50% ที่รัฐต้องจ่ายชดเชยในกรณีที่เป็นหนี้เสียก็หวังว่าคงไม่เป็นมวยล้มต้มคนดู

“สมมุติฐานเวลานี้เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่านี้ แต่เมื่อไม่มีหลักฐานคงจะไปปรักปรำใครไม่ได้ แต่อย่างน้อยในกรณีนี้ควรทำให้เป็นคดีตัวอย่าง ให้ขบวนการทุจริตและแอบอ้างเอาชื่อเกษตรกรมาทำให้เกิดความเสียหายแบบนี้ต้องไม่มีในประเทศไทย”นพ.วรงค์กล่าวและว่า ส่วนการขยายผลเพื่อเปิดโปงว่าการทุจริตแบบนี้มีขบวนการหรือไม่ มาวันนี้ก็ได้รับรู้ข้อมูลอะไรเยอะและเชื่อส่าต้องเป็นขบวนการ และเชื่อว่าที่นี่มีแบบนี้แล้วที่อื่นก็อาจจะต้องมีเช่นเดียวกัน ก็ไม่เป็นไรเราเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆอย่างน้อยก็ไม่ต้องการอ้างคนจนหรือเกษตรกรไปหาผลประโยชน์”นพ.วรงค์กล่าว