อดีต รมว.ศึกษาฯชี้ชะตาอนาคตนายกฯ แนะ 4 ทางเลือกให้ปฏิบัติ

นครศรีธรรมราช:อดีต รมว.ศึกษาฯ แนะ 4 ทางเลือกให้กับนายกฯ หลังคิดต่อทางการเมือง ถาม ปชช.ก่อนต้องการอะไร กว่า 4 ปี ปท.ได้อะไร หวังอย่าให้ประวัติศาสตร์เกิดซ้ำ

ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึง สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ที่ร้อนระอุว่า วันนี้ อยากเห็นนายกรัฐมนตรีออกมาขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูป 5 ด้านให้เป็นรูปธรรม ไหนๆนายกรัฐมนตรีก็อยากจะเล่นการเมืองแล้ว ควรหาเสียงจากการปฏิรูปทั้ง 5 ด้าน ดีกว่าจะไปควานหานักการเมืองจากพรรคต่างๆ เชื่อว่าหลังเลือกตั้งแล้วท่านหาเสียงจาก สว. หรือว่าท่านจะดึงเสียงจากพรรคการเมืองที่สนับสนุนท่าน เมื่อปฏิรูปสำเร็จนักการเมืองเหล่านี้ก็จะหันมาสนับสนุนท่านในการจัดตั้งรัฐบาล หากท่านยังคงวิ่งไปหาเท่ากับทำให้ประชาชน เกิดความลังเลสงสัยว่า แท้ที่จริงแล้วท่านต้องการสร้างอำนาจ เอื้อประโยชน์ของตนเองและพวก หรือว่าต้องการสร้างอำนาจเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชน บทเรียนทางประวัติศาสตร์ก็เคยมีให้เห็นอยู่แล้ว

“ตนจึงเสนอ 4 ทางเลือกให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 1) ควรประกาศเหมือน พล.อ.เปรม ตินณสูลานนท์ ว่า “ผมพร้อมแล้ว ผมพอแล้ว” เอาทหารกลับเข้ากรมกอง ท่านก็จะได้ยินเสียงปรบมือ 2) หากยังติดใจอยู่กับอำนาจ แต่ไม่อยากลงเลือกตั้ง ก็จะต้องไปแสวงหาพันธมิตรในทุกๆที่ทุกจังหวัดแบบที่ทำอยู่ แต่บอกได้เลยว่ายาก กว่าจะรวบรวมเสียงได้ 500 เสียง 3) ประกาศตัวลงในบัญชีรายชื่อพรรคจากพรรคใดพรรคหนึ่ง อย่างนี้ก็จะเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อย่างเช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นต้น ส่วนจะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน และทางเลือกที่ 4) เดินหน้ายึดอำนาจต่อไปแต่ก็จะถูกตราหน้าว่าเป็น ทรราช แบบนี้ประวัติศาสตร์ก็เคยมีให้เห็น ซึ่งในเวลานี้ 4 ทางเลือกประชาชนกำลังจับตามองว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเลือกทางใด”

หากพล.อ.ประยุทธ์ เลือกทางที่ 3 ก็ใช่ว่าพรรคการเมืองพรรคต่างๆจะมีความพร้อม โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมองว่าการเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดจุดสำคัญว่า พรรคใดจะไปรวมกับพรรคใด ที่มีนโยบายตรงกัน และจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนว่า หาก ปชป.มีเสียงก็ย่อมสนับสนุนหัวหน้าพรรค ปชป.เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน นี่คือหลักการของระบอบประชาธิปไตย แต่หากการเลือกตั้งออกมาในรูปแบบอื่นๆ ทุกพรรคย่อมมีสิทธิพิจารณาทางเลือกของตัวเองและคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองหรือไม่อย่างไร สอดรับกับนโยบายพรรคของตนเองหรือไม่

และหากนายกรัฐมนตรีเลือกทางที่ 4 ตนคงตอบไม่ได้ว่าประชาชนจะรับได้หรือไม่ ซึ่งประวัติศาสตร์เคยซ้ำรอยและมีให้เห็นกันอยู่แล้ว หากยึดอำนาจต่อไป ก็เสี่ยงที่จะเป็นทรราชได้ แต่หากการยึดอำนาจที่ผ่านมาเพื่อเข้ามาแก้ไขความขัดแย้งของบ้านเมืองเชื่อเหลือเกินว่านายกฯก็จะได้รับช่อดอกไม้ คำชื่นชม การยกย่อง แต่หากยึดทางเลือกที่ 4 ประวัติศาสตร์ก็บอกไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น