แม่ชีโดดตึกรพ.สิงห์บุรีหนีโรคซึมเศร้า

113

สิงห์บุรี แม่ชีวัย52 ป่วยเป็นโรคชักกะตุก และซึมเศร้าตัดสินใจกระโดดตึกชั้น 9 โรงพยาบาลสิงห์บุรีดับอนาถ หลานผู้ตายระบุแม่ชีไฝ่ธรรมะบวชตั้งแต่อายุ 19 ปี ก่อนตัดสินใจกระโดดตึกโทรหาเพื่อลาตาย และให้มารับศพ หลานพยายามยื้อแต่แม่ชีรีบวางสายตัดสินใจกระโดดตึก

เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.  วันที่ 10 มิถุนายน 2561  ร.ต.อ.จิรเดช  ดวงรัศมี  ร้อยเวร สภ.เมืองสิงห์บุรี  ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีผู้พยายามจะกระโดดตึกที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พ.ต.อ.เมธาพงษ์ บุญศรี ผกก.สภ.เมืองสิงห์บุรี พร้อม พ.ต.ท.ชาติชาย  ภักดิ์บุตร  รองผู้กำกับป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองสิงห์บุรี  ซึ่งอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ แพทย์เวร และ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.สิงห์บุรี ไปตรวจที่เกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุเป็น เป็นระเบียงลานปูนชั้นลอยด้านหลังตึกอาคารหลวงพ่อแพ 9 ชั้น  บริเวณชั้นที่ 2  พบร่าง แม่ชีโฉมยา คุ่ยจาด อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 4 ตำบลสระแจง อำเภอบางระจัน   จังหวัดสิงห์บุรี ทราบภายหลังว่าเป็นแม่ชีที่วัดราษฎร์บำรุงหนองลี หมู่ 1 ตำบลโพทะเล อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพแขนและขาหักทั้งสองข้าง  กะโหลกศีรษะแตก มันสมองไหลออกมากระเด็นไปทั่วบริเวณ ภายในตัวพบเงินอยู่ 60 บาท และแว่นสายตา 1 อันที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบที่ชั้น 9 บริเวณทางหนีไฟซึ่งอยู่ด้านหลังอาคาร  พบรองเท้าแตะสตรี 1 คู่ และย่ามสีขาวพร้อมผ้าสไบสีขาววางกองอยู่กับพื้น ตรวจสอบมีเอกสารเป็นบัตรประจำตัวประชาชน  เงินสด จำนวน  300  บาท  โทรศัพท์มือถือ และบัตรผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสิงห์บุรี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้โทรศัพท์ที่พบติดต่อไปยังเบอร์สุดท้ายที่โทรออกพบว่าเป็นญาติของแม่ชี ผู้ตาย ชื่อ นางเอกปรีญา  คุ่ยจาด อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 4 ตำบลสระแจง อำเภอบางระจัน   จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมให้มาสอบปากคำที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี เมื่อ นางเอกปรีญา มาถึงได้เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นศักดิ์เป็นน้องสะใภ้ แม่ชีโฉมยา ผู้ตาย บวชชีตั้งแต่อายุ 19  ปี  เป็นผู้ใฝ่ในธรรมะ ไม่มีครอบครัว  ก่อนหน้านี้จำวัดอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งเมื่อ ปี 2557  ได้เริ่มมีอาการป่วย  จึงเดินทางกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดราษฎร์บำรุงหนองลี  อำเภอบางระจัน  จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อรักษาอาการป่วยเป็นโรคชักกระตุกและมีอาการทางจิต ซึมเศร้า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แม่ชีโฉมยา ผู้ตาย ได้เหมารถเดินทางมาที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี  เพื่อรักษาตัวกระทั่งช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์มาหาตนบอกว่า  มีเสียงกระซิบสั่งว่าไม่ให้มีชีวิตอยู่ พร้อมบอกตนว่า อยู่ไม่ได้แล้ว ให้มารับศพด้วย ตนพยายามบอกว่าให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวจะรีบไปหา แต่แม่ชีโฉมยา ก็วางหูไป ตนรีบโทรเข้าโรงพยาบาลบอกให้ทางโรงพยาบาลไปช่วยดูแม่ชีว่ากำลังจะโดดตึก แต่ก็ไม่ทันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรกลับมาว่า  แม่ชีโฉมยา  ตัดสินใจกระโดดตึกลงมาเสียชีวิตไปก่อนแล้ว สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นแม่ชีขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 6 แล้วเดินไปที่ทางหนีไฟด้านหลัง คาดว่าแม่ชีเดินขึ้นบันไดหนีไฟไปจนถึงชั้น 9 ก่อนที่จะกระโดดลงมาเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิตขอนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป