แรงงานไทยหนีภัยสงครามลิเบีย ร้องเดือดร้อนหนี้สินไร้ผู้เหลียวแล

103

นครพนม – วันที่ 11 มิ.ย.61 บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม มีแรงงานไทยที่ประสบภัยสงครามจากประเทศลิเบียกว่า 100 คน เดินทางมารวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อ นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ โดยมีนายไชยวุฒิ วัชเนทร์สุนทร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ รองผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมฯ พร้อมตัวแทนจากสำนักงานจัดหางานฯ แรงงานจังหวัดฯ รับหนังสือดังกล่าว

นายพิสิษฐ์ หรือมานะ พึ่งกล่อม อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 54 หมู่ 13 บ้านเอราวัณ ต.ผาอินแปลง อ.เอราวัณ จ.เลย ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มแรงงานไทยเผยว่า ที่เดินทางมาในวันนี้ มีคนงานที่ไปทำงานประเทศลิเบียและตัวแทนของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดอุดรฯ หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม เพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ โดยกล่าวว่าปลายปี 2553 เกิดสงครามภายในประเทศลิเบีย คนงานไทยกลุ่มดังกล่าวต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนครบสัญญาการว่าจ้าง แต่ละคนเสียค่าคอมมิชชั่นตั้งแต่ 120,000-180,000 บาท ผ่านบริษัทจัดหางานอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดภัยสงครามก็กลับมาถึงเมืองไทยช่วงต้นปี 2554 และได้รับเงินช่วยเหลือจากกรมการจัดหางานเพียง 15,000 บาท โดยบริษัทจัดหางานที่จัดส่งไม่เคยยื่นมือมาช่วยเหลือแม้แต่บาทเดียว ซึ่งแรงงานไทยแต่ละคนต้องกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายค่าคอมมิชชั่น ถึงวันนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 10 ปี ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถามหรือช่วยเหลือเยียวยาแต่อย่างใด  สอบถามไปก็บอกให้รอก่อน จึงรวมตัวกันมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ให้ช่วยเหลือเนื่องจากได้รับความเดือดร้อนมาก

นางสงกรานต์ อินทโน อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 256 หมู่ 14 บ้านม่วง ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว จ.อุดรฯเปิด เผยว่าตนเป็นภรรยาของนายคำแพ่ง ซึ่งเป็นแรงงานไทยไปทำงานประเทศลิเบียได้เพียง 2 เดือน ก็เกิดสงครามจึงกลับก่อนกำหนด และต้องทำงานใช้หนี้ที่ยืมไป ตนมาเป็นตัวแทนสามีเพราะนายคำแพ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 59 ด้านนางพวงพิกุล สุพร อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 175 หมู่ 4 บ้านเหล่าทุ่ง ต.สีชมพู อ.นาแก จ.นครพนม ภรรยาของนายผง สุพร ที่เสียค่าคอมมิชชั่นให้นายหน้าที่เปิดบริษัทจัดหางานในจังหวัดนครพนม  เป็นเงิน 180,000 บาท หลังเดินทางกลับก็ไม่เคยช่วยเหลือแต่ประการใด ติดตามสอบถามก็โยนไปให้บริษัทที่กรุงเทพฯ ตนได้มาเป็นตัวแทนสามีเพราะนายผงเสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน

นายนิกร แสนสุวรรณ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ 13 บ้านค้อน้อยทรายงาม ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรฯ ซึ่งเป็นคนไทยที่ไปขายแรงงานในประเทศลิเบียกล่าวว่า ไปทำงานในตำแหน่งช่างไม้ ช่างปูน ย่านเบงกาซี เมืองใหญ่อันดับสองของลิเบีย ต่อมาเกิดสงครามมีคนลิเบียเข้ามาปล้นเอาเสบียงในแคมป์ ก่อนจะจุดไฟเผาที่พัก พวกตนกว่าร้อยชีวิตหนีตายออกได้เฉพาะเสื้อผ้าติดตัว โดยเดินข้ามทะเลทรายไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจท้องถิ่น ส่งตัวกลับทางเรือมาขึ้นบกที่ท่าเรือคลองเตย ใช้เวลาเดินทาง 15 วัน มีเจ้าหน้าที่แรงงานมารับไปกระทรวงแรงงาน และได้รับเงินช่วยเหลือเพียง 15,000 บาทเท่านั้น เกือบสิบปีพวกคนงานไทยต้องหาเงินมาใช้หนี้ที่ยืมไปเป็นค่าคอมมิชชั่น โดยปราศจากผู้เหลียวแล จึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว

ด้านนายไชยวุฒิ วัชเนทร์สุนทร  รองผอ.ศูนย์ดำรงธรรมผู้รับเรื่องกล่าวว่า หลังได้รับเรื่องแล้วตนจะได้นำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พร้อมหามาตรการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านกลุ่มนี้ต่อไป