โบราณสถานผีดุสุดๆ

พระนครศรีอยุธยา-อดีตหัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์กรุงเก่า ยันทุกตารางนิ้วโบราณสถาน”ผีดุ”สุดเฮี้ยน เผยเรื่องราวขโมยขุดกรุตายยกแก๊ง

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางไปเที่ยวชมโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วมักจะหยิบอิฐเก่าเศษชิ้นส่วนพระพุทธรูปหรือสิ่งที่อยู่ในเขตโบราณสถานกลับไปถึงต่างประเทศ  ในที่สุดก็ต้องนำส่งเป็นพัสดุไปรษณีย์มาคืน เนื่องจากเจอเรื่องราวและความเดือดร้อน กลายเป็นเรื่องราวที่กำลังพูดถึงกัน

นายปฎิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ อายุ 70 ปี อดีตผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 จ.น่าน อดีตเคยเป็นหัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ผู้ที่เคยพบเห็นวิญญาณของบาทหลวง ก่อนที่จะนำไปสู่การขุดค้นพบกระดูกของชาวโปรตุเกตอีก 254 โครงในเวลาต่อมา โดยนายปฎิพัฒน์ ยอมรับว่าเขตพื้นที่โบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณย่าววัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และบริเวณข้างเคียง ซึ่งเป็นใจกลางเมือง มีเรื่องราวและมีความทรงจำในอดีต ซึ่งบริเวณดังกล่าวเคยผ่านเรื่องราวของศึกสงคราม แม้จะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ความทรงจำของเรื่องราวทำให้รู้สึกได้ว่าวิญญานมากมายนับหมื่นนับแสนยังอยู่ที่นั่น เรื่องราวที่นักท่องเที่ยวหยิบเศษซากอิฐเก่าไปแล้วเจอกับความเดือดร้อนเป็นไปได้ และเคยมีเหตุการณ์ของการเอาสิ่งของหรือของมีค่าไปแล้วเกิดเหตุถึงชีวิตมาแล้ว

จากคำให้การของคนร้ายที่เข้าไปขุดกรุที่วัดราชบูรณะทำให้เห็นชัดเจนว่าการนำสิ่งของหรือสมบัติในเขตโบราณสถานออกไปทำให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิตทั้งหมด ย้อนไปเมื่อปี 2500 ซึ่งรัฐบาลมีการบูรณะวัดมหาธาตุและได้พบพระพุทธรูปและของมีค่า ทำให้กลุ่มคนร้ายเห็นว่าวัดราชบูรณะมีความสมบูรณ์มากกว่าวัดมหาธาตุ จึงทำการลักลอบขุดลงไปในปีต่อมา ซึ่งจากปากคำให้การของคนร้ายทำให้ทราบว่า มีการลงไปขุดพบพระแสงดาบและสมบัติเครื่องราชูปโภค นำขึ้นมา โดยตัวของหัวหน้าเอาพระมหามกุฎมาสวมและพระแสงดับไปใส่เดิน และวิกลจริตเสียชีวิตเมื่อปี 2530 คนอื่นๆตายด้วยอุบัติเหตุปีเดียวกันประมาณ 8 คน

นอกจากนี้บริเวณแยกเจ้าอ้ายเจ้ายี่ซึ่งเป็นแยกที่มีเรื่องราวของการพบเห็นวิญญานเล่าขานมาต่อเนื่องจนยอมรับว่าเป็นจุดที่มีผีดุ ถึงขนาดเคยมีการนำเซียนมาไล่จับผีกันเลย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยที่พระบิดาสมเด็จเจ้าสามพระยาสวรรคต มีการแย่งชิงสมบัติและเจ้าอ้ายเจ้ายี่สิ้นพระชนม์บริเวณดังกล่าว แล้วนำทรัพย์สมบัติที่ทำให้เกิดการฆ่าฟันกัน ไปไว้ที่พระปรางค์วัดราชบูรณะซึ่งเป็นแห่งเดียวในอยุธยา จึงมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก และต่อมาก็ยังมีเรื่องราวมากมายที่ใครที่เข้าไปขุดกรุ หรือนำของจากโบราณสถานไปต้องมีอันเป็นไปต่างๆนานา เนื่องจากแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาไม่ได้สร้างด้วยใครบางคน แต่มีเลือดเนื้อของกษัตริย์และบรรพบุรุษนับไม่ถ้วน จึงไม่ควรที่จะลบหลู่หรือนำไป ใครเอาอะไรจากแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาไปก็ควรจะเอามาคืน