กรุงเทพฯ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เผย พรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค มีมติจะส่งชื่อตนเองโหวตนายกฯรอบ 2 ถ้าร่วงอีกเปิดทางเพื่อไทย ไม่หวั่นศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคุณสมบัติตรงวันโหวต
วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยผลการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ได้ข้อสรุปร่วม 3 ข้อ ประกอบด้วย
1.วันที่ 19 กรกฎาคม จะส่งชื่อ นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30
2.การยื่นแก้ไข มาตรา 272 พรรคก้าวไกลเสนอเอง ไม่เกี่ยวข้องกับอีก 7 พรรคที่เหลือ
ข่าวน่าสนใจ:
- ‼️คุมเข้มทุกตารางนิ้ว-หลัง ผกร.เหิมหนัก บึ้ม จนท.
- ศึกษาธิการระยอง จับมือเทคนิคระยอง และศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง จัดกิจกรรมโครงการเรียนดี มีความสุขสู่อนาคตที่สดใส
- ตรัง จับแล้วมือค้อนทุบหัวฆ่าโหดพ่อค้าปลาสวยงาม กลางงานลอยกระทงกันตัง ทิ้งศพกลางงาน หลักฐานชัด จุดทิ้งมือถือ-โผล่กดเงินสดผู้ตาย
- นำทีมบ้านใหญ่ “ธรรมเพชร” ลงสมัคร นายก อบจ.พัทลุงอีกสมัย ด้าน “ สาโรจน์” คู่ชิงชัยคนสำคัญจะลงสมัครในวัดสุดท้าย
3.ข้อบังคับการประชุมรอบที่ 41 มีความเห็นในทางกฎหมายว่า เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ไม่ถือว่าเป็นญัตติในการเสนอชื่อ นายกฯ เตรียมเรื่องรายละเอียด เข้าสู่วันที่ 19 กรกฎาคม เหมือนตามที่ได้แถลง
ส่วนถ้าวันที่ 19 ก.ค. เสียงโหวตไม่เพียงพอ นายพิธา ระบุว่า เป็นไปตามที่เคยแถลงผ่านคลิปวีดีโอไป และตามแผนผังโรดแมพ หากคะแนนไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็พร้อมจะถอยให้ประเทศชาติและพรรคอันดับ 2
สำหรับการตีความ ว่าจะเข้าข้อบังคับการประชุมที่ 41 ไม่สามารถเสนอชื่อซ้ำได้ 8 พรรคร่วมจะดำเนินการอย่างไรนั้น พรุ่งนี้จะมีประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป) 3 ฝ่ายอีกครั้งก็น่าจะเห็นตรงกัน ญัตติก็คือญัตติ การเสนอนายกรัฐมนตรีเป็นคนละหมวดกัน ขอให้รอฟังผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย
หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังกล่าวถึงการเชิญพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนา มาร่วมโหวตด้วยนั้นว่า ยังไม่ใช่มติของ 8 พรรค และยังไม่มีการหารือเพื่อเตรียมชื่อสำรองไว้ แต่ยอมรับว่า ได้ต่อสายพูดคุยไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่จะแลกเปลี่ยนกัน เพราะพูดคุยได้เกือบทุกพรรคยกเว้นพรรคลุง แต่เป็นการคุยเรื่องทั่วไปไม่ใช่เรื่องที่สนับสนุนตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามถึงการรวมเสียง ส.ว.ในรอบนี้ มั่นใจมากขึ้นหรือไม่ว่าจะมีเสียงโหวตให้ นายพิธา ระบุว่า หลังวันที่ 13 ก.ค. ได้มีการรวมเสียง ส.ว.มากขึ้นเรื่อย ๆ มีหลายคนที่ไม่มาลงคะแนนในวันนั้น ทราบว่าอาจจะติดภารกิจต่างประเทศบ้างอะไรบ้าง ซึ่งยังมีความเป็นไปได้ว่าจะมาลงคะแนนในรอบที่ 2 ให้ หากมองให้เหมาะสม คิดว่าต้องเพิ่มขึ้น10% จำนวน 324-344 เสียง หรือ 345 เสียง จะเป็นในลักษณะแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะกั๊กไว้ ตั้งใจจะเป็นเลขนัยสำคัญ
เมื่อถามว่า ประเมินว่ารอบ 2 จะมีการเสนอขื่อแข่งด้วยหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เท่าที่ฟังสัมภาษณ์จากพรรคการเมือง 10 พรรค มีการพูดเรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทุกคนพูดว่า เรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นไปไม่ได้ อย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรคร่วมไทยสร้างชาติ และนายอนุชานาคาศรัย แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ
ส่วนกระแสข่าวจะมีการเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแข่งนายกฯ ต้องฝากนักข่าวไปถาม พล.อ.ประวิตร
พร้อมปฏิเสธกระแสการซื้องูเห่าก้าวไกลไปอยู่ขั้วตรงข้าม แล้วพลิกขั้วรัฐบาล ทุกคนได้รับบทเรียนของการเป็นงูเห่าและได้คะแนนกลับมาเป็นหลักพันกว่าคะแนนเท่านั้นมั่นใจว่าพรรคก้าวไกลไม่มีอะไร และเพื่อไทยก็คงคิดแบบนั้น
นายพิธา ยังยืนยันว่าไม่กังวล กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ว่าจะรับหรือไม่รับวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติ เพราะไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไรก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ถูกใจข่าวนี้ไหม?
คลิกที่ดาวเพื่อโหวต
ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต: