ชัยภูมิ – หลังในปัจจุบันเริ่มมีอายุมากกว่า 71 ปี ชราภาพมากแล้ว พร้อมทั้งมีโรคประจำตัวอีกหลายโรค ซึ่งเคยขอออกปฏิบัติกิจสงฆ์ไม่ยอมหยุดเพื่อขอออกเดินบิณฑบาตทุกวันเหมือนพระรูปอื่นๆ จนเคยเกิดโรควูบกำเริบหวิดล้มขณะออกบิณฑบาตมาแล้วหลายครั้งจนชาวบ้าน คณะสงฆ์ต้องมีมติขอให้หยุด และคอยช่วยดูแลภายในวัดแทนก็พอ สุดท้ายระหว่างรอพระรูปอื่นออกบิณฑบาตยังไม่กลับมาวัด พระรูปนี้ออกมาปรับปรุงสวนย่อมในวัดรอ ก่อนเกิดโรควูบกำเริบล้มดับคาวัด ก่อนที่ชาวบ้านจะมาพบกลายเป็นศพมรณภาพครั้งนี้ไปอย่างน่าเศร้ากันทั้งวัดทั้งหมู่บ้านในครั้งนี้ไปเสียแล้ว!
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 1 พ.ย.62 พ.ต.อ.อนุภาพ ผิวอ่อน ผกก.สภ.บ้านค่าย ได้รับรายงานจากพ.ต.ท.วิชิต น้อยวิเศษ สว.สอบสวน สภ.บ้านค่ายหมื่นแผ้ว ว่ามีพระสงฆ์นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างศาลาการเปรียญวัดกลางหมื่นแผ้ว หมู่ 10 ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
ข่าวน่าสนใจ:
จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลบ้านค่าย พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างคุณธรรมชัยภูมิ ร่วมตรวจสอบในที่เกิดเหตุ บริเวณศาลาการเปรียญ 3 ชั้นของวัดดังกล่าว ซึ่งกำลังมีประชาชนชาวบ้านจำนวนมากกำลังพากันเดินทางมามุงดูเหตุการณ์อยู่ ใกล้กันพบร่างพระภิกษุสงฆ์ชราภาพรูปนี้ นอนเสียชีวิตอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุสวนย่อมต้นไม้ของวัดออกไปประมาณ 5 เมตร ทราบชื่อต่อมาคือพระคูณ ฐิตสทฺโธ อายุ 71 ปี 3 พรรษา ห่างไปบริเวณจุดเกิดเหตุพบกระถางต้นไม้และดินแตกกระจายและยังพบคราบเลือดอยู่ในจุดเกิดเหตุ
เบื้องต้นสอบถามไปยังนายกัญหา แสงใส อายุ 82 ปี ชาวบ้านเลขที่ 837 ม.10 บ้านค่าย โยมอุปฐากที่คอยดูแลวัด ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังเห็นว่าพระออกบิณฑบาตน่าจะกลับมาวัดเสร็จหมดแล้ว ตนเองจึงเดินทางมาวัด เพื่อที่มาดูแลความเรียบร้อย ที่วัดแห่งนี้ แต่ได้หันไปมองเห็นผ้าจีวรกองอยู่กับพื้นในบริเวณพุ่มไม้ที่จัดแต่งเป็นสวนย่อมข้างศาลาการเปรียญ จึงได้เดินเข้าไปดูเพื่อที่จะช่วยเก็บเมื่อเดินไปถึงก็ต้องผงะเมื่อพบพระภิกษุคูณ ซึ่งเป็นพระหลวงพ่อชราภาพมีอายุมากแล้ว ได้มานอนหมดสติอยู่ และเห็นที่บริเวณศรีษะมีเลือดออก จึงได้ร้องเรียกให้คน และพระที่อยู่ใกล้เคียง มาช่วยก่อนที่จะแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านและจนท.ตร. และหน่วยกู้ภัยมาช่วยกันอุ้มร่างออกจากมาจุดเกิดเหตุ แต่ก็พบว่าพระรูปดังกล่าวได้มรณภาพไปแล้ว
ซึ่งด้านนายสำราญ ขวัญนิมิตร ผู้ใหญ่บ้านค่าย หมู่ 10 กล่าวว่า ตนเองรู้จักกับพระรูปนี้มานานหลายปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีอายุชราภาพมากกว่า 71 ปีแล้ว แต่ท่านก็ยังขยันไม่ยอมอยู่เฉย จะชอบทำโน้นทำนี่เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับทางวัดมาตลอด และทราบว่าท่านมีโรคประจำตัวคือโรคความดันและมักจะมีอาการวูบในเวลาบิณฑบาตมาแล้วหลายครั้ง ทางคณะวัดจึงมีมติเห็นควรไม่ให้ออกบิณฑบาตทางไกลเนื่องจากอาจจะเกิดอันตรายในเวลาบิณฑบาตลงได้ และส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็น่าจะมาจากท่านกำลังจัดสวนต้นไม้ข้างศาลาการเปรียญ ระหว่างรอพระรูปอื่นๆในวัดออกไปบิณฑบาตยังไม่กลับ และน่าจะเกิดอาการโรคประจำตัว โรควูบกำเริบขึ้นมาทำให้ล้มหัวฟาดพื้นจนเสียชีวิตในครั้งนี้
ขณะที่พ.ต.ท.วิชิต น้อยวิเศษ สว.สอบสวน สภ.บ้านค่าย หลังได้ตรวจสอบในเบื้องต้นและได้สอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ก็คาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากท่านเกิดโรควูบกำเริบจนล้มศรีษะฟาดกับพื้นอย่างแรงทำให้เสียชีวิต หรือมรณภาพ ในครั้งนี้ ซึ่งจะได้ตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดยืนยันอีกครั้ง ก่อนที่จะนำร่างมอบให้ญาติโยมพระรูปดังกล่าวรับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป
ถูกใจข่าวนี้ไหม?
คลิกที่ดาวเพื่อโหวต
ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต: