X

นําเชือกกล้วยมาเพิ่มมูลค่าสานกระเป๋า ตะกร้า ขายต่างประเทศ 

      ที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านสกุลบายศรี   ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  ปลูกพืชหลายชนิด รวมทั้งกล้วยซึ่งปลูกไว้จำนวนมาก  หลังจากขายผลกล้วยไปแล้ว ต้นกล้วยที่เคยตัดทิ้ง ก็นำกลับมาต่อยอดเป็นมูลค่าเพิ่มได้อีกมากมาย   อย่างลำต้นที่เป็นกาบกล้วยนำมาทำเป็นเชือกกล้วยแห้ง จักสานเป็นกระเป๋า ตระกร้า หมวก และอื่น ๆ ได้หลากหลายชนิด  ส่งขายยังต่างประเทศ

โดยทางศูนย์การเรียนรู้บ้านสกุลบายศรี ไปตัดต้นกล้วยที่ให้ผลแล้ว ขนาดพอเหมาะเป็นท่อนยาว  2 เมตร  จากนั้นใช้มือแกะลำต้นออกทีละกาบ ก่อนจะใช้มีดกรีดที่กาบกล้วยให้เป็นเส้นใยบาง ๆ มีความกว้างประมาณเส้นละ 2 เซนติเมตร มัดรวมกันนำไปแขวนตากแดดให้แห้งประมาณ 4-5 วัน ก็จะได้เชือกกล้วยแห้งที่เหนียว และคงทน สามารถนำไปจักสานและมัดสิ่งของหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้

นอกจากนี้ ปลีกล้วย ลูกกล้วย ไส้กล้วย ใบตองแห้ง  ก้านกล้วย ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง ส่วนของใบกล้วยทางกลุ่มก็จะนำไปประดิษฐ์ทำบายศรีในงานพิธีต่าง ๆ  เรียกได้ว่ามีร้อยแปดประโยชน์ ที่สามารถนำมาสร้างสรรค์ชิ้นงานเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างรายได้ ให้แก่ชาวบ้านและชุมชนได้     ที่ศูนย์ฯ ยังมีการร้อยมาลัยทำมาจากกระดาษทิชชู เป็นพวงมีสีสันสวยงาม

โดยนายธนกร  สดใส อายุ 30 ปี   ประธานศูนย์การเรียนรู้บ้านสกุลบายศรี ให้ข้อมูลว่า  กลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด 30 คน แบ่งแยกเป็นแผนก ด้าน การจักสานทำกระเป๋า  ทำตระกร้า   การทำบายศรี  ประดิษฐ์พวงมาลัยดอกไม้จากกระดาษทิชชู และอื่น ๆ  จนเป็นกลุ่มที่ประสบผลสำเร็จสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ส่งขายสร้างรายได้ให้กับกลุ่มได้อย่างยั้งยืน     นอกจากนี้ทางศูนย์ฯ มีการรับซื้อเชือกกล้วยตากแห้งจากชาวบ้าน กิโลกรัมละ 80 – 120 บาท  เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบนำมาจักสาน กลุ่มสมาชิกจะได้เป็นค่าแรงราคาจักสานตั้งแต่ราคาใบละ 100 – 300 บาท ขึ้นอยู่กับแบบรูปทรงและความยากง่าย  ลวดลายรวงข้าวมีลักษณะเป็นเม็ดคู่กัน  และลายเมล็ดข้าวเดี่ยว มีคอเล็กชั่นว่า  “ เมล็ดพันธุ์ของพ่อ ”  เนื่องจากต้นกล้วยน้ำว้าเมื่อลอกจากต้นออกมาทีละกาบจะมีหลายสี ได้แก่สีเข้มจนถึงสีอ่อน   เมื่อนำไปตากแห้งจะมีสีเข้มอมม่วง  เป็นชิ้นงานที่นำเชือกกล้วยที่มีสีโทนธรรมชาติลักษณะจากสีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม บอกเล่าเรื่องราวผ่านผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นเป็นเส้นใยมาจากธรรมชาติปราศจากการย้อมด้วยสารเคมี  ซึ่งหลังจากที่ได้ทำมานานเกือบ 2 ปี ผลตอบรับดีมากทำไม่ทันกับออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเข้ามา สาเหตุเพราะเป็นงานฝีมือล้วน ๆ ที่ต้องใช้ความประณีตในการทำค่อนข้างนาน ราคาเริ่มตั้งแต่ใบละ 500 – 6,500 บาท  จะมีเทคนิควิธีการใช้ง่าย ๆ คือ ถ้าผลิตภัณฑ์ไปโดนฝนหรือเปียกน้ำมา ให้นำไปตากแดดให้แห้งก็จะนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก

มีลูกค้าเกือบทุกระดับที่สนใจ ตั้งแต่วัยทำงาน ไปจนถึงวัยหนุ่ม สาว  ตลอดจนวัยเกษียณอายุ  ส่วนใหญ่ชอบเป็นกระเป๋าสะพายทรงกลมเก๋ ๆ จะจำหน่ายผ่านหน้าหน้าเฟซบุ๊ค ชื่อ กอล์ฟ บ้านช่างสกุลบายศรี และกลุ่มแฟชั่น ตลาดสินค้าโอท็อป การจำหน่ายตามบูธที่ทางราชการจัดขึ้น อีกทั้งยังได้รับโอกาสจากกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาสนับสนุน โดยนำผลิตภัณฑ์ไปแสดงโชว์ที่เมืองทองธานี ล่าสุดเมื่อวันที่ 25-30 กันยายน  2561 ทางกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นตัวแทนประเทศไทยนำผลิตภัณฑ์จากเชือกกล้วยไปเผยแพร่ ที่จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยคณะผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรมได้นำเสนอหัวข้อ “โครงการผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย  ปี พ.ศ. 2561  ซึ่งได้คัดเลือกตัวแทนชุมชนคุณธรรมที่ได้คัดเลือก  บ้านสกุลบายศรีเจ็ดเสมียนราชบุรี ผู้ผลิตกระเป๋าเชือกกล้วย ไปนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมของชุมชน  ถือเป็นสำเร็จและความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต ที่ได้น้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาพัฒนาประยุกต์ใช้สร้างอาชีพจนเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นที่ยอมรับของคนไทยและยังโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

Picture of สายชล โอชะขจร

สายชล โอชะขจร

ผู้สื่อข่าวราชบุรี