สระแก้ว – เรือนจำจังหวัดสระแก้ว เริ่มโครงการ”คนต้นแบบ” เพื่อคืนคนดีกลับสู่สังคม หลังพัฒนาและส่งเสริมอาชีพระหว่างเป็นผู้ต้องขัง พร้อมมอบเงินทุนประกอบอาชีพให้อดีตนักโทษ ช่างตัดผม กลับไปสร้างอาชีพให้ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นปกติ ไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก
เมื่อวันที่ 30 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีระชัย รักษาประเสริฐกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสระแก้ว ได้นำตัว นายอภิเชษฐ์ ศรีตะเวน ที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำจังหวัดสระแก้ว ไปเปิดตัวที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ในการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ที่ห้องประชุมบูรพา ชั้น 4 ในฐานะหนึ่งในผู้ได้รับคัดเลือกให้เข้าโครงการ”คนต้นแบบ” เพื่อคืนคนดีสู่สังคม โดยมีนายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายภูสิต สมจิตต์ นายรณรงค์ นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัด และเหล่ากาชาดจังหวัด ร่วมให้กำลังใจและมอบทุนประกอบอาชีพ คืนคนดีสู่สังคม จากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดและกระทรวงยุติธรรม จำนวน 25,000 บาท เพื่อนำไปเริ่มต้นประกอบอาชีพหลังพ้นโทษด้วย
โดยนายอภิเชษฐ์ ศรีตะเวน อายุ 32 ปี หรือ “ช่างแซม” อดีตผู้หลงผิดซึ่งได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ”คนต้นแบบ” บอกเพียงสั้น ๆ ว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับมอบทุนประกอบอาชีพ โดยจะนำเงินทุนที่ได้รับไปดำเนินการทำร้านตัดผม ตามที่ตั้งใจไว้ให้เร็วที่สุด ให้สมกับที่ได้รับการพิจารณา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดบอกให้เป็นคนดีและปรับตัว เพื่อสร้างอนาคต
ข่าวน่าสนใจ:
นายธีระชัย รักษาประเสริฐกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสระแก้ว ระบุว่า ตามที่กรมราชทัณฑ์มีการดำเนินนโยบายในการคืนคนดีสู่สังคม โดยการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง และเมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก โดยมุ่งเน้นให้ผู้ต้องขังมีงานทำในระหว่างต้องโทษหรือภายหลังพ้นโทษ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึกวิชาชีพแล้ว โดยการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถดำรงชีวิตเป็นปกติสุขอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์กำหนดแนวทางให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ เพื่อส่งเสริมและประสานการมีงานทำของผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ พร้อมกับประสานงานเครือข่ายในการให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ แก่ผู้พ้นโทษต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์การพิจารณามอบทุนประกอบอาชีพดังกล่าว จะทำงานกึ่งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำของเรือนจำสระแก้ว ซึ่งมีทุนประกอบอาชีพที่ได้รับบริจาคจากหน่วยงานเอกชน อาทิ นพ.ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ จำนวน 5 ทุน โดยผู้ต้องขังที่ได้รับการพิจารณา จะต้องมีความประพฤติดี มีความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร มีประสบการณ์ความถนัดในอาชีพนั้น ๆ และมีแผนการไปประกอบอาชีพอย่างจริงจัง ซึ่งกรณีของนายอภิเชษฐ์ ศรีตะเวน จำนวน 25,000 บาท เป็นทุนร่วมกันระหว่าง กระทรวงยุติธรรม 5,000 บาท และจากสำนักงานเหล่ากาชาดให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนอีก 20,000 บาท
ถูกใจข่าวนี้ไหม?
คลิกที่ดาวเพื่อโหวต
ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต: